Diese Präsentation wurde erfolgreich gemeldet.
Wir verwenden Ihre LinkedIn Profilangaben und Informationen zu Ihren Aktivitäten, um Anzeigen zu personalisieren und Ihnen relevantere Inhalte anzuzeigen. Sie können Ihre Anzeigeneinstellungen jederzeit ändern.

Cell and structure of cell

2.852 Aufrufe

Veröffentlicht am

Veröffentlicht in: Technologie, Bildung
  • Login to see the comments

  • Gehören Sie zu den Ersten, denen das gefällt!

Cell and structure of cell

  1. 1. Cell and Structure of cellCell and Structure of cell 1KWS : Biology
  2. 2. ทฤษฎีเซลล์ทฤษฎีเซลล์ (Cell theory)(Cell theory) Matthias Schleiden ค.ศ.1837 Theodor Schwann ค.ศ.1838 “สิ่งมีชีวิตทั้งหลาย ประกอบด้วยเซลล์ และผลิตภัณฑ์ของเซลล์” 2KWS : Biology
  3. 3. Rudolf Virchow ค.ศ. 1855 “สิ่งมีชีวิตทั้งหลายประกอบด้วย เซลล์ และผลิตภัณฑ์ของเซลล์ โดยเซลล์ทุกชนิดมีกำาเนิดมาจาก เซลล์ 3KWS : Biology
  4. 4. สรุปทฤษฎีเซลล์สรุปทฤษฎีเซลล์ 1. สิ่งมีชีวิตทั้งหลาย อาจมีเพียงเซลล์ เดียวหรือหลายเซลล์ ที่มีสาร พันธุกรรมและกระบวนการเมตาบอลิ ซึมจึงดำารงชีวิตอยู่ได้ 2. เซลล์เป็นหน่วยพื้นฐานที่เล็กที่สุด ของสิ่งมีชีวิตที่มีการจัดระบบการ ทำางานภายในโครงสร้างของเซลล์ 3. เซลล์มีกำาเนิดมาจากเซลล์แรกเริ่ม หรือเซลล์เพิ่มจำานวนขึ้นมาได้จาก 4KWS : Biology
  5. 5. ชนิดของเซลล์ชนิดของเซลล์ 1. Prokaryotic cell - ไม่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส (Nuclear membrane) - ไม่มีเยื่อหุ้มออร์แกเนลล์ (organelles membrane) 2. Eukaryotic cell - มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส (Nuclear membrane) 5KWS : Biology
  6. 6. ProkaryoticProkaryotic cellcell 6KWS : Biology
  7. 7. EukaryoticEukaryotic cellcell 7KWS : Biology
  8. 8. สรุปแล้วการจำาแนกชนิดของ เซลล์จำาแนกจากการ มี /ไม่มี เยื่อหุ้มนิวเคลียสและเยื่อหุ้ม ออร์แกเนลล์ 8KWS : Biology
  9. 9. Cell StructureCell Structure 1.Nucleus 2.Cytoplasm 3.Cell membrane 9KWS : Biology
  10. 10. NucleusNucleus • หมายถึง Organelle ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ภายในเซลล์ ส่วนใหญ่มีรูปร่างทรงกลม หรือเป็นรูปไข่ ภายใน Nucleus จะมี หน่วยพันธุกรรมที่เราเรียกว่ายีน (Gene) บรรจุอยู่ ซึ่งจะทำาหน้าที่ควบคุมการ ทำางานและการแสดงลักษณะโครงสร้าง ของเซลล์ 10KWS : Biology
  11. 11. 11KWS : Biology
  12. 12. เยื่อหุ้มนิวเคลียสเยื่อหุ้มนิวเคลียส (nuclear membrane(nuclear membrane หรือหรือ nuclearnuclear envelope)envelope) • เยื่อหุ้มนิวเคลียสเป็นเยื่อบางๆ สองชั้นอยู่รอบ นิวเคลียส มีสมบัติเป็นเยื่อเลือกผ่าน • เยื่อชั้นนอกมีไรโบโซมเกาะติดอยู่ดังภาพหน้า ต่อไป 12KWS : Biology
  13. 13. นิวคลีโอลัสนิวคลีโอลัส (nucleolus)(nucleolus) • เป็นโครงสร้างที่ไม่มีเยื่อหุ้ม ประกอบด้วยกรดนิว คลีอิก ชื่อ กรดไรโบนิวคลีอิก กับสารอื่นที่เป็น องค์ประกอบของไรโบโซม • นิวคลีโอลัสมีหน้าที่ในการสังเคราะห์ RNA ชนิดต่างๆ และถูกนำาออกทางรูของเยื่อหุ้ม นิวเคลียส เพื่อสร้างเป็นไรโบโซมต่อไป ดังนั้น นิวคลีโอลัสจึงมีความสำาคัญต่อการสร้างโปรตีน เป็นอย่างมาก เนื่องจากไรโบโซมทำาหน้าที่สร้าง โปรตีน 13KWS : Biology
  14. 14. โครมาทินโครมาทิน (chromatin)(chromatin) • โครมาทินเป็นเส้นใยของโปรตีนหลายชนิด และ กรดนิวคลีอิกชนิดกรดดีออกซีไรโบนิวคลีอิก (deoxyribonucleic acid : DNA) เป็นสาร พันธุกรรมที่มีหน้าที่ควบคุมการทำางานของเซลล์ และควบคุมการถ่ายทอดลักษณะของสิ่งมีชีวิต หากมีการหดตัวจะถูกเรียกว่าโครโมโซม (Chromosome) 14KWS : Biology
  15. 15. 15KWS : Biology
  16. 16. ส่วนที่ห่อหุ้มเซลล์ส่วนที่ห่อหุ้มเซลล์ • เยื่อหุ้มเซลล์ (cell membrane หรือ plasma membrane หรือ plasma lemma) • ผนังเซลล์ (cell wall) 16KWS : Biology
  17. 17. cell membrane 17KWS : Biology
  18. 18. • โครงสร้าง ประกอบด้วย ไขมันพวกฟอสโฟลิ พิดเรียงตัวเป็น 2 ชั้น (lipid bilayer) • หน้าที่ ควบคุมปริมาณและชนิดของสารที่ผ่าน เข้าออกจากเซลล์ จึงมีสมบัติเป็นเยื่อเลือกผ่าน (semipermeable membrane หรือ differentially permeable membrane) 18KWS : Biology
  19. 19. Cell wall 19KWS : Biology
  20. 20. • โครงสร้าง ประกอบด้วย เซลลูโลส (cellulose) และมีคิวทิน (cutin) ซูเบอริน (suberin) เพกทิน (pectin) ลิกนิน (lignin) • หน้าที่ เพิ่มความแข็งแรงและป้องกันอันตราย ให้แก่เซลล์พืช และยอมให้สารเกือบทุกชนิด ผ่านเข้าออกอย่างสะดวก 20KWS : Biology
  21. 21. 21KWS : Biology
  22. 22. cytoplasmcytoplasm 22KWS : Biology
  23. 23. CytoplasmCytoplasm • ไซโทซอล (cytosol) • ออร์แกเนลล์ (organells) 23KWS : Biology
  24. 24. cytosolcytosol • เป็นส่วนของไซโทพลาสซึมมีลักษณะเป็นสารกึ่ง ของเหลว มีอยู่ประมาณร้อยละ 50 – 60 ของ ปริมาตรเซลล์ทั้งหมด บริเวณด้านนอกที่อยู่ติด กับเยื่อหุ้มเซลล์ เรียกว่า เอ็กโทพลาซึม (ectoplasm) บริเวณด้านใน เรียกว่า เอนโด พลาสซึม (endoplasm) เป็นที่อยู่ของออร์ แกเนลล์ต่างๆ เช่น แวคิวโอล ไมโทรคอนเดรีย และเอนโดพลาสมิกเรติคูลัม เป็นต้น นอกจากนี้ ในไซโทซอลยังอาจพบโครงสร้างอื่นๆ เช่น ก้อนไขมัน เม็ดสีต่างๆ เป็นต้น 24KWS : Biology
  25. 25. CyclosisCyclosis • เซลล์บางเซลล์มีการไหลของไซโทพลาสซึมไป รอบๆเซลล์ เรียกการไหลนี้ว่า ไซโคลซิส (cyclosis) • เกิดจากการหดและคลายของไมโครฟิลาเมนท์ บริเวณเอนโดพลาซึมซึ่งมีลักษณะ ค่อนข้าง เหลวเป็นที่อยู่ของออร์แกเนลล์ต่างๆ ทำาให้เกิด การเคลื่อนที่ของออร์แกเนล์ต่างๆ Cyclosis 25KWS : Biology
  26. 26. organellsorganells • เป็นโครงสร้างที่กระจายอยู่ตามตำาแหน่งต่างๆ ในไซโทพลาซึม • ออร์แกเนลล์แต่ละชนิดมีโครงสร้าง และหน้าที่ แตกต่างกัน 26KWS : Biology
  27. 27. เอนโดพลาสมิกเรติคิวลัม (endoplasmic reticulum : ER) • ลักษณะเป็นเยื่อบางๆ สองชั้นเหมือนเป็นท่อแบน ใหญ่เรียงทบไปทบมา • มีรูเป็นทางติดต่อกันเอง และเชื่อมกับเยื่อหุ้ม นิวเคลียส มี 2 ชนิด คือ – เอนโดพลาสมิกเรติคิวลัมชนิดผิวขรุขระ (rough endoplasmic reticulum : RER) – เอนโดพลาสมิกเรติคิวลัมชนิดผิวเรียบ (smooth endoplasmic reticulum : SER) 27KWS : Biology
  28. 28. rough endoplasmic reticulum : RER • มีไรโบโซมเกาะติดที่ผิว • ทำาหน้าที่สังเคราะห์โปรตีนส่งออกไปนอกเซลล์ ผ่านกอลไจคอมเพลกซ์ไปยังส่วนอื่นของ ร่างกาย 28KWS : Biology
  29. 29. smooth endoplasmic reticulum : SER • ไม่มีไรโบโซมเกาะที่ผิว • ทำาหน้าที่สร้างไขมันพวกสเตอรอยด์ (steroid) เช่น ฮอรร์โมนเพศ คอเลสเทอรอล 29KWS : Biology
  30. 30. ไรโบโซม (ribosome) • ประกอบด้วยโปรตีนและกรดไรโบนิวคลีอิก (ribonucleic acid : RNA) • ไรโบโซมประกอบด้วย 2 หน่วยย่อย คือ – หน่วยย่อยขนาดเล็ก (small subunit) – หน่วยย่อยขนาดใหญ่ (large subunit) • ทำาหน้าที่เป็นแหล่งสร้างโปรตีน 30KWS : Biology
  31. 31. 31KWS : Biology
  32. 32. กอลไจคอมเพลกซ์หรือ กอลไจ บอดี หรือ กอลไจแอปพาราตัส (golgi complex หรือ golgi bodies หรือ golgi apparatus) • ประกอบด้วยส่วนที่เป็นถุงแบนๆ คล้ายจาน เรียง ซ้อนกันเป็นชั้นๆ หลายชั้น • ทำาหน้าที่สร้างสารคาร์โบไฮเดรตที่รวมกับ โปรตีนที่สร้างจาก RER เป็นไกลโคโปรตีน (glycoprotein) แล้วส่งออกไปใช้ภายนอกเซลล์ 32KWS : Biology
  33. 33. 33KWS : Biology
  34. 34. ไมโทคอนเดรีย (mitochondria) • มีลักษณะยาวรีและยืดหยุ่นได้ • ประกอบด้วยเยื่อสองชั้น ชั้นนอกผิวเรียบทำา หน้าที่ เป็นเยื่อเลือกผ่าน ชั้นในพับซ้อนไปมา แล้วยื่นเข้าไปข้างใน เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการสร้าง พลัง-งานให้แก่เซลล์ • ทำาหน้าที่สร้างหรือเปลี่ยนพลังงานจากอาหาร อื่นให้เป็นเอทีพี 34KWS : Biology
  35. 35. 35KWS : Biology
  36. 36. ไลโซโซม (lysosome) • เป็นเวสิเคิล (vesicle) ที่สร้างจากกอลไจคอม เพลกซ์ มีลักษณะคล้ายถุงเล็กๆ มีเยื่อหุ้มชั้น เดียว • หน้าที่ย่อยเชื้อโรคต่างๆ ที่เป็นสิ่งแปลกปลอมที่ เข้าสู่เซลล์ 36KWS : Biology
  37. 37. 37KWS : Biology
  38. 38. แวคิวโอล (vacuole) • แซปแวคิวโอล (sap vacuole) ทำาหน้าที่สะสม สารละลายต่างๆ รวมทั้งกลิ่นของพืช • คอนแทร็กไทล์แวคิวโอล (contractile vacuole) ทำาหน้าที่รักษาสมดุลของนำ้าและเก็บ ของเสีย • ฟูดแวคิวโอล (food vacuole) ทำาหน้าที่ย่อย อาหารภายในเซลล์ 38KWS : Biology
  39. 39. 39KWS : Biology
  40. 40. พลาสทิด (plastid) • คลอโรพลาสต์ (chloroplast) • โครโมพลาสต์ (chromoplast) • ลิวโคพลาสต์(leucoplast) 40KWS : Biology
  41. 41. chloroplast • เป็นพลาสทิดที่มีสีเขียว เนื่องจากมีสารพวกคลอ โรฟิลล์ (chlorophyll)ภายใน 41KWS : Biology
  42. 42. 42KWS : Biology
  43. 43. chromoplast • เป็นพลาสทิดที่มีสารที่ทำาให้เกิดสีต่างๆ ยกเว้นสี เขียว เนื่องจากมีสารพวกแคโรทีนอยด์ ซึ่งทำาให้ เกิดสีแดง สีส้ม และสีเหลือง 43KWS : Biology
  44. 44. leucoplast • เป็นพลาสทิดที่ไม่มีสี ทำาหน้าที่สะสมเม็ดแป้งที่ ได้จากการสังเคราะห์ ด้วยแสง พบในมันแกว กล้วย เผือก มันเทศ มัน ฝรั่ง และข้าว 44KWS : Biology
  45. 45. เซนทริโอล (centriole) • เซนทริโอลเป็นออร์แกเนลล์ที่ไม่มีเยื่อหุ้ม มี ลักษณะคล้ายท่อทรงกระบอก 2 อัน ตั้งฉากกัน • แต่ละอันประกอบด้วยหลอดเล็กๆ เรียกว่า ไมโครทิวบูล (microtubule) เรียงตัวกันเป็นก ลุ่ม 9 กลุ่ม กลุ่มละ 3 หลอด 45KWS : Biology
  46. 46. 46KWS : Biology
  47. 47. • ไมโครทิวบูล ควบคุมการเคลื่อนไหวของไซ โทพลาซึมในเซลล์ ซิเลีย แฟลเจลลัม และลำา เลียงออร์แกเนลล์ภายในเซลล์ ไมโครทิวบูล เรียงตัวกันเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 2 หลอด ล้อมรอบ ตรงกลางมี 2 หลอด 47KWS : Biology
  48. 48. 48KWS : Biology
  49. 49. 49KWS : Biology

×