Diese Präsentation wurde erfolgreich gemeldet.
Wir verwenden Ihre LinkedIn Profilangaben und Informationen zu Ihren Aktivitäten, um Anzeigen zu personalisieren und Ihnen relevantere Inhalte anzuzeigen. Sie können Ihre Anzeigeneinstellungen jederzeit ändern.

การพัฒนาโปรแกรม วิชญา เลขที่ 26.2

141 Aufrufe

Veröffentlicht am

  • Als Erste(r) kommentieren

  • Gehören Sie zu den Ersten, denen das gefällt!

การพัฒนาโปรแกรม วิชญา เลขที่ 26.2

  1. 1. การพัฒ นาโปรแกรม จัด ทำา โดย นางสาว วิช ญา บูร พางกุรชั้น มัธ ยมศึก ษาปีท ี่ 4/9 เลขที่ 26
  2. 2. ขั้น ตอนการพัฒ นาโปรแกรมขั้น ตอนการพัฒ นาโปรแกรมประกอบด้ว ย1.การวิเ คราะห์ป ัญ หา2.การออกแบบโปรแกรม3.การเขีย นโปรแกรมด้ว ยภาษาคอมพิว เตอร์4.การทดสอบและแก้ไ ขโปรแกรม5.การทำา เอกสารประกอบโปรแกรม6.การบำา รุง รัก ษาโปรแกรม
  3. 3. การออกแบบโปรแกรมการออกแบบขั้น ตอนการทำา งานของโปรแกรมเป็นขั้น ตอนที่ใ ช้ เป็น แนวทางในการลงรหัส โปรแกรมผู้อ อกแบบขั้น ตอนการทำา งานของโปรแกรมอาจใช้เครื่อ งมือ ต่า งๆ ช่ว ยในการออกแบบ อาทิเ ช่น คำา สั่งลำา ลอง (Pseudo code) หรือ ผัง งาน (Flow chart) การออกแบบโปรแกรมนั้น ไม่ต ้อ งพะวงกับ รูป แบบคำา สั่งภาษาคอมพิว เตอร์ แต่ใ ห้ม ุ่ง ความสนใจไปที่ล ำา ดับขั้น ตอนในการประมวลผลของโปรแกรมเท่า นั้น
  4. 4. การเขีย นโปรแกรมด้ว ยภาษา คอมพิว เตอร์การเขีย นโปรแกรมเป็น การนำา เอาผลลัพ ธ์ข องการ ออกแบบโปรแกรม มาเปลีย นเป็น ่โปรแกรมภาษาคอมพิว เตอร์ภ าษาใดภาษาหนึ่ง ผู้ เขีย นโปรแกรมจะต้อ งให้ค วามสนใจต่อรูป แบบคำา สั่ง และกฎเกณฑ์ข องภาษาที่ใ ช้ เพื่อ ให้ก าร ประมวลผลเป็น ไปตามผลลัพ ธ์ท ี่ไ ด้ออกแบบไว้ นอกจากนั้น ผู้เ ขีย นโปรแกรมควรแทรก คำา อธิบ ายการทำา งานต่า งๆ ลงในโปรแกรมเพือ ให้โ ปรแกรมนั้น มีค วามกระจ่า งชัด และ ่ ง่า ยต่อ การตรวจสอบและ โปรแกรมนี้ยัง ใช้เ ป็น ส่ว นหนึ่ง ของเอกสารประกอบ
  5. 5. การทดสอบและแก้ไ ขโปรแกรม การทดสอบโปรแกรมเป็น การนำา โปรแกรมที่ล งรหัส แล้ว เข้า คอมพิว เตอร์ เพือ ตรวจสอบรูป แบบกฎเกณฑ์ข องภาษา ่และผลการทำา งานของโปรแกรมนั้น ถ้า พบว่า ยัง ไม่ถ ูก ก็แ ก้ไ ขให้ถ ก ู ต้อ งต่อ ไป ขั้น ตอนการทดสอบและแก้ไ ขโปรแกรมอาจแบ่ง ได้เ ป็น 3 ขั้น 1.สร้า งแฟ้ม เก็บ โปรแกรมซึ่ง ส่ว นใหญ่น ิย มนำา โปรแกรมเข้า ผ่า น ทางแป้น พิม พ์โ ดยใช้โ ปรแกรมประมวลคำา 2.ใช้ต ว แปลภาษาคอมพิว เตอร์แ ปลโปรแกรมที่ส ร้า งขึน เป็น ภาษา ั ้ เครื่อ ง โดยระหว่า งการแปลจะมีก ารตรวจสอบความถูก ต้อ งของรูป แบบและกฎเกณฑ์ใ นการใช้ภ าษา ถ้า คำา สั่ง ใดมีร ูป แบบไม่ถ ก ต้อ งก็ ู จะแสดงข้อ ผิด พลาดออกมาเพื่อ ให้ผ ู้เ ขีย นนำา ไป แก้ไ ขต่อ ไป ถ้า ไม่ม ีข อ ผิด พลาด เราจะได้โ ปรแกรมภาษาเครื่อ งที่ส ามารถให้ ้ คอมพิว เตอร์ป ระมวลผลได้ 3.ตรวจสอบความถูก ต้อ งของการประมวลผลของโปรแกรม โปรแกรมที่ถ ูก ต้อ งตามรูป แบบและกฎเกณฑ์ข องภาษา แต่อ าจให้ ผลลัพ ธ์ข องการประมวลผลไม่ถ ก ต้อ งก็ไ ด้ ดัง นั้น ผู้เ ขีย นโปรแกรม ู จำา เป็น ต้อ งตรวจสอบว่า โปรแกรมประมวลผลถูก ต้อ งตามต้อ ง การ หรือ ไม่ วิธ ีก ารหนึ่ง ก็ค ือ สมมติข ้อ มูล ตัว แทนจากข้อ มูล จริง นำา ไปให้ โปรแกรมประมวลผลแล้ว ตรวจสอบผลลัพ ธ์ ว่า ถูก ต้อ งหรือ ไม่ ถ้า พบว่า ไม่ถ ก ต้อ งก็ต ้อ งดำา เนิน การแก้ไ ขโปรแกรมต่อ ไป การสมมติ ู ข้อ มูล ตัว แทนเพื่อ การทดสอบเป็น สิ่ง ที่ม ีค วามสำา คัญ เป็น อย่า งมาก
  6. 6. การทำาเอกสารประกอบโปรแกรม การทำาเอกสารประกอบโปรแกรมเป็นงานที่สำาคัญของการพัฒนา โปรแกรม เอกสารประกอบโปรแกรมช่วยให้ผใช้โปรแกรมเข้าใจวัตถุประสงค์ ข้อมูลที่จะต้องใช้กับโปรแกรม ู้ ตลอดจนผลลัพธ์ที่จะได้จากโปรแกรม การทำาโปรแกรมทุกโปรแกรมจึงควรต้องทำาเอกสารกำากับ เพื่อ ใช้สำาหรับการอ้างอิงเมือจะใช้งาน ่โปรแกรมและเมือต้องการแก้ไขปรับปรุง โปรแกรม เอกสารประกอบ ่ โปรแกรมทีจัดทำา ควรประกอบด้วย ่หัวข้อต่อไปนี้ 1.วัตถุประสงค์ 2.ประเภทและชนิดของคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ทใช้ในโปรแกรม ี่ 3.วิธีการใช้โปรแกรม 4.แนวคิดเกี่ยวกับการออกแบบโปรแกรม 5.รายละเอียดโปรแกรม 6.ข้อมูลตัวแทนที่ใช้ทดสอบ
  7. 7. การบำารุงรักษาโปรแกรม เมื่อโปรแกรมผ่านการตรวจสอบตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว และ ถูกนำามาให้ผู้ใช้ได้ใช้งานในช่วงแรกผู้ใช้อาจจะยังไม่คุ้นเคยก็อาจทำาให้เกิดปัญหาขึ้นมา บ้าง ดังนั้นจึงต้องมีผู้คอยควบคุมดูแลและคอยตรวจสอบการทำางาน การบำารุงรักษา โปรแกรมจึงเป็นขั้นตอนที่ผู้เขียนโปรแกรมต้องคอยเฝ้าดูและหา ข้อผิดพลาดของโปรแกรมใน ระหว่างที่ผู้ใช้ใช้งานโปรแกรมและปรับปรุงโปรแกรมเมื่อเกิดข้อผิดพลาดขึ้น หรือในการใช้งาน โปรแกรมไปนานๆ ผู้ใช้อาจต้องการเปลี่ยนแปลงการทำางานของระบบงานเดิมเพือให้ ่ เหมาะกับ เหตุการณ์ นักเขียนโปรแกรมก็จะต้องคอยปรับปรุงแก้ไขโปรแกรมตามความต้องการ
  8. 8. ภาษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์การแก้ปัญหาด้วยคอมพิวเตอร์นั้น หลังจากที่ได้วิเคราะห์ปญหาจนได้ขั้น ั ตอนวิธีในการแก้ปญหา ซึ่งอาจจะอยู่ ัในรูปแบบรหัสลำาลอง หรือผังงาน ขั้นตอนต่อไปคือการเขียนโปรแกรม คอมพิวเตอร์ขึ้นเพือแก้ปญหาตาม ่ ัขั้นตอนที่ได้วางแผนไว้ แต่เนืองจากคอมพิวเตอร์จะรับรู้คำาสั่งที่เป็นภาษา ่ เครื่องเท่านั้นและมนุษย์ไม่สามารถเขียนโปรแกรมภาษาเครื่องได้โดยตรง เนื่องจากไม่สะดวก ยากต่อการ ทำาความเข้า จึงได้มการสร้างภาษา ีคอมพิวเตอร์ระดับสูงขึ้นมาเพือให้งายต่อการเขียนโปรแกรม ผูเขียน ่ ่ ้ โปรแกรมไม่จำาเป็นต้องเรียนรู้การทำางานและโครงสร้างภายในของเครื่องคอมพิวเตอร์ ก็สามารถเขียนโปรแกรม ได้โดยต้องผ่านการแปลให้เป็นภาษาเครื่องก่อนทีจะใช้สั่งงานคอมพิวเตอร์ได้ ่
  9. 9. ภาษาเชิง กระบวนความโปรแกรมคอมพิว เตอร์ท ี่เ ขีย นด้ว ยภาษาเชิง กระบวนความมีล ัก ษณะ การทำา งานตามลำา ดับ ของคำา สั่ง จากคำา สั่ง แรกจนถึงคำา สั่ง สุด ท้า ย และบางคำา สั่ง อาจจะถูก ทำา ซำ้า หรือ บางคำา สั่ง อาจจะไม่ ถูก กระทำา เลยขึน อยูก ับ เงื่อ นไขในโปรแกรม ภาษาใน ้ ่กลุ่ม นี้เ หมาะสำา หรับ การเริ่ม ต้น ทำา ความเข้า ใจกับ การเขีย นโปรแกรม คอมพิว เตอร์ เนื่อ งจากช่ว ยให้ผ ู้เ รีย นรู้จ ัก การคิด อย่า งเป็น ระบบ อัน เป็น พื้น ฐานสำา คัญ ในการเขีย นโปรแกรมภาษาอื่น นอกจากนี้ใ นภาษาโปรแกรมประเภทอื่น ก็จ ะยัง มีร ูป แบบการทำา งานเชิง กระบวนความแฝงอยู่ภ ายในด้ว ยเสมอ การใช้ง าน ภาษาในกลุ่ม นี้ เช่น งานคำา นวณทางวิท ยาศาสตร์อ าจเลือ กใช้ภ าษาฟอร์แ ทรน (FORTRAN) งานประมวลผลข้อ มุล ทางธุร กิจ การเงิน หรือ ธนาคารอาจเลือ กใช้ภ าษาโคบอล(COBOL)หรือ ภาษาอาร์พ ีจ ี (RPG) การเขีย นโปรแกรมควบคุม การทำา งาน ของระบบคอมพิว เตอร์ม ัก เลือ กใช้ภ าษาซีเ นื่อ งจากภาษาเครื่อ งที่ไ ด้จ ะทำา งานได้ร วดเร็ว หรือ การ เรีย นการสอนการโปรแกรมเชิง กระบวนความอาเลือ กใช้ภาษาปาสคาล (Pascal) หรือ ภาษาซี เป็น ต้น
  10. 10. ภาษาเชิง วัต ถุภาษาเชิง วัต ถุจ ะอำา นวยความสะดวกให้ก ับ ผู้เ ขีย นโปรแกรมในการ พัฒ นาโปรแกรมที่ใ หญ่แ ละซับ ซ้อ นได้เ ป็น อย่า งดี อีกทั้ง ยัง สามารถใช้เ ขีย นโปรแกรมในลัก ษณะเดีย วกับ ภาษาเชิง กระบวน ความได้เ ช่น กัน ภาษาในกลุ่ม นี้ เช่น ภาษาจาวา(Java) ภาษาซีช าร์ป (C#) และภาษาซีพ ลัส พลัส (C++)รูป ที่ 7.5 แสดงตัว อย่า งโปรแกรมภาษาซีพ ลัส พลัส ที่ใ ห้ผ ู้เ ล่น ทาย ตัว เลขที่โ ปรแกรมสุ่ม ขึน มาหนึ่ง ตัว   ้
  11. 11. ภาษาอื่น ๆ 1.โฟร์ท จีแ อล (fourth-generation languages: 4GLs) เป็น กลุ่ม ของ ภาษาที่แตกต่า งจากภาษาเชิง กระบวนความ ที่เ น้น ให้ผ ู้ใ ช้ส ามารถเข้า ถึง ข้อ มูล ในฐานข้อ มูล ได้โ ดยง่า ย ภาษาจะมีค วามคล้า ยคลึงกับ ภาษาอัง กฤษที่ใ ช้ก น อยู่ ตัว อย่า งของภาษา 4GL เช่น ภาษาเอสคิว ั แอล (SQL) 2.เอชทีเ อ็ม แอล (Hypertext Markup Language: HTML ) เป็น ภาษาที่ใ ช้ จัด รูป แบบการแสดงผลของข้อ ความและรูป ภาพ รวมถึง สื่อ ประสมบนหน้า เว็บ ดัง นั้น เอชทีเ อ็ม แอลจึง ไม่ไ ด้ถ ูก จัด เป็น ภาษาที่ใ ช้ใ นการเขีย นโปรแกรมอย่า งแท้จ ริง แต่เ ป็น การกำา หนดวิธ ก ารในการแสดงผล เอช ี ทีเ อ็ม แอลจะใช้แ ท็ก (tags) เป็น ตัว กำา หนดว่า ส่ว นใดในเอกสารจะให้แ สดงผลอย่า งไรรูป ที่ 7.7 (ก) แสดงตัว อย่า งของภาษาเอชทีเ อ็ม แอลที่ใ ช้ใ นการสร้า งเว็บ เพจในรูป ที่ 7.7 (ข)
  12. 12. การโปรแกรมด้ว ยภาษาซีในบทนี้จ ะได้แ นะนำา ให้ร ู้จ ัก กับ ภาษาซี ซึ่ง เป็น ภาษาที่เ ขีย นเป็น แบบ โครงสร้า ง และเป็น ภาษาที่ใ ช้เ ป็น พื้น ฐานในการเรีย นรู้ก ารเขีย นโปรแกรมเชิง กระบวนความได้เ ป็น อย่า งดีโครงสร้า งของภาษาซีโครงสร้า งพื้น ฐานของโปรแกรมภาษาซีจ ะต้อ งประกอบด้ว ยฟัง ก์ช ัน อย่า งน้อ ย 1 ฟัง ก์ช ัน คือฟัง ก์ช ัน main( ) ซึ่ง มีร ูป แบบดัง รูป ที่ 7.801 int main ( ) { <ส่ว ยหัว ของฟัง ก์ช ัน02 การประกาศตัว แปรตัว แปรท้อ งถิ่น ;03 คำา สั่ง ต่า งๆ ;04 }
  13. 13. องค์ป ระกอบของภาษาซีในทีน ี้จ ะได้อ ธิบ ายองค์ป ระกอบพืน ฐานของภาษาซีจ ากตัว อย่า ง ่ ้ ของโปรแกรมในรูป ที่ 7.10 ซึ่ง เป็นโปรแกรมที่พ ฒ นามาจากผัง งานในตัว อย่า งที่ 6.9 โดยเพิม การ ั ่ นับ จำา นวนครั้ง ของการทายทัง หมด้ด้ว ย( รูป ที่ 7.9 แสดงผัง งานที่ส อดคล้อ งกับ โปรแกรมในรูป ที่ 7.10 )
  14. 14. - การประกาศรวมแฟ้ม ส่ว นหรือ ( header files )1 #include <stdio.h>1 #include <stdiob.h> การประกาศรวมแฟ้ม ส่ว นหัว ดัง แสดงในบรรทัด ที่ 1 และ 2 เป็น การรวมเอาฟัง ก์ช ัน มาตรฐานของภาษาซีเ ข้า มาร่ว มใช้ง านกับ โปรแกรมทีเ ขีย นขึน ทำา ให้ ่ ้นัก เขีย นโปรแกรมสามารถเรีย กใช้ฟ ง ก์ช ัน มาตรฐานทีภ าษาซีเ ตรีย มไว้ใ ห้ไ ด้ เช่น ั ่ ฟัง ก์ช ัน printf( ) และ scanf( ) เป็น ต้น- การประกาศตัว แปร ( variable declaration )6  int target ;7  int number ;8. int no_of_guesses = 1 ; ในบรรทัด ที่ 6 ถึง 8 เป็น การประกาศตัว แปร ซึ่ง เป็น ข้อ กำา หนดของภาษาซีท ต ้อ งมี ี่ การประกาศตัว แปรไว้ท ต อนต้น ของฟัง ก์ช ัน ก่อ นที่จ ะสามารถใช้ง านตัว ี่แปรเหล่า นั้น ได้ ในที่น ี้ม ีก ารประกาศตัว แปร target, number และ no_of_guesses เป็น ชนิด จำา นวนเต็ม ( int ) สัง เกตว่า รูป แบบของการประกาศตัว แปร คือ data_type identification_name ซึ่ง data_type เป็น ชนิด ของข้อ มูล และ identification_name เป็น ชื่อ ตัว แปรทีก ำา หนด ่ขึน ให้ม ีช นิด ตามทีร ะบุน อกจากนี้ย ัง สามารถกำา หนดค่า เริ่ม ต้น ให้ก ับ ตัว แปรที่เ พิ่ง จะ ้ ่ ประกาศขึ้น ได้เ ลย ดัง เช่น ทีก ำา หนดค่า 1ให้ก ับ ตัว แปร no_of_guesses ่ในบรรทัด ที่ 8-การรับ ข้อ มูล เข้า10  scanf ("%", &target) ;12  scanf ("%", &number) ;13  scanf ("%", &number) ; ในบรรทัด ที่ 10.12 และ 20 เป็น การเรีย กฟัง ก์ช น scanf ( ) ในการรับ ข้อ มูล เข้า โดย ั ต้อ งมีก ารระบุพ ารามิเ ตอร์ คือ ตัว แรกเป็น สายอัก ขระของการกำา หนดรูป แบบของข้อ มูล เข้า ทีต อ งการรับ ในที่น ี้ค ือ "%d" หมายถึง ว่า ต้อ งการรับ ข้อ มูล เข้า ที่อ ยู่ ่ ้ ในรูป แบบจำา นวนเต็ม และตัว ที่ส องเป็น ตำา แหน่ง ในหน่ว ยความจำา ของตัวแปรที่ต อ งการใช้เ ก็บ ค่า ทีร ับ เข้า สัง เกตุว ่า ภาษาซีใ ช้เ ครื่อ งหมาย & นำา หน้า ชื่อ ตัว แปร ้ ่ เป็น การอ้า งถึง ตำา แหน่ง ในหน่ว ยความจำา ของตัว แปรนั้น
  15. 15. -การพิม พ์ผ ลลัพ ธ์11 printf ("Enter the number you guess ") ;16 printf ("Too highn") ;17 printf ("Too lown") ;19 printf ("Enter the number you guess ") ;        ในบรรทัด ที่ 11. 16. 18 และ 19 เป็น การเรีย กใช้ฟ ัง ก์ช ัน printf ( ) เพื่อ พิม พ์ข อ ความออกทางจอภาพซึ่ง เราสามารถกำา หนด ้ ข้อ ความอยู่ภ ายในเครื่อ งหมายอัญ ประกาศให้เ ป็น พารามิเ ตอร์ข องฟัง ก์ช น printf ( ั ) ได้เ ลย23 printf ("Correct - You try %d time . n" , no_of_guesses ) ;        สำา หรับ ในบรรทัด ที่ 23 จะมีก ารพิม พ์ค า ของตัว แปรชนิด ่ จำา นวนเต็ม no_of_guesses ด้ว ย โดยจะต้อ งระบุร ป แบบข้อ มูล ูของตัว แปลที่ต ้อ งการให้พ ิม พ์ภ ายในข้อ ความที่เ ป็น พารามิเ ตอร์ต ัว แรก ด้ว ย ในที่น ต ัว แปร no_of_guesses เป็น ชนิด int ซึ่ง จะใช้ ี้รูป แบบกำา หนดการพิม พ์ค อ "%d" ในลัก ษณะเดีย วกัน กับ ฟัง ก์ช ัน scanf ( ) ื นัน เอง ่- คำา สัง ควบคุม การทำา งานแบบวนซำ้า ่
  16. 16.  คำา สั่ง while เป็น คำา สั่ง เพื่อ ควบคุม ว่า ชุด คำา สั่ง ภายใต้ค ำา สั่ง while ( คือ ตั้ง แต่ บรรทัด ที่ 14 ถึง 22)จะถูก วนทำา ซำ้า อีกหรือ ไม่ โดยเมื่อ โปรแกรมทำา งานมาถึง บรรทัด ที่ 13 จะตรวจสอบก่อ นว่า เงื่อ นไข เป็น จริง หรือ ไม่ ในที่น ี้ค ือ ตรวจสอบว่าค่า ของตัว แปร number ไม่เ ท่า กัน กับ ค่า ของตัว แปร target หรือ ไม่ถ ้า เป็น จริง ก็จ ะไป ทำา งานตามคำา สั่ง ภายในบรรทัด ดัง กล่า วหนึ่ง รอบ ก่อ นที่จ ะย้อ นกลับ ไปตรวจสอบเงื่อ นไขอีก ครั้ง ถ้า เงื่อ นไขเป็น เท็จ ก็จ ะไปทำา งานในบรรทัด ที่23 ต่อ ไป- คำา สั่ง กำา หนดค่า แปรให้ก ับ ตัว แปร21 no_of_guesses = no_of_guesses + 1 ; ในบรรทัด ที่ 21 เป็น การกำา หนดค่า ใหม่ใ ห้ก ับ ตัว แปร no_of_guesses โดยใช้ เครื่อ งหมายกำา หนดค่า ( = ) ซึ่งเป็น การกำา หนดให้ต ัว แปรที่อ ยู่ท างซ้า ยของเครื่อ งหมายกำา หนดค่า มีค ่า เท่า กับ ค่า ของนิพ จน์ท างขวาของเครื่อ งหมายกำา หนดค่า ซึ่ง ในที่น ี้เ ป็น การเพิ่ม ค่า ของตัว แปร no_of_guesses ขึ้น อีก 1 นั่น เอง ภาษาซีใ ช้น ิพ จน์ท างคณิต ศาสตร์เ พื่อ คำา นวนและเปรีย บเทีย บ นิพ จน์ป ระกอบ ด้ว ยตัว ถูก ดำา เนิน การ ( operand ) และตัว ดำา เนิน การ ( operator ) ที่ส ามารถถุก ลดรูป หรือ ถูก ประเมิน ให้เ ป็น ค่า ทาง คณิต ศาสตร์เ พีย งค่า เดีย วได้ เช่น 2 * 5 เป็นนิพ จน์ เนื่อ งจากสามารถหาค่า ได้เ ป็น 10 ตัว ดำา เนิน การในภาษาซีม ีห ลายประเภท- คำา สั่ง ควบคุม การทำา งานแบบมีท างเลือ ก15 if (number > target)
  17. 17. คำา สัง if-else ในบรรทัด ที่ 15 ถึง 18 เป็น การเลือ กว่า จะทำา งานตามคำา สั่ง ่ ภายใต้ if หรือ ภายใต้ elseแล้ว แต่เ งื่อ นไขที่อยูห ลัง if ในบรรทัด ที่ 15 โดยถ้า เงื่อ นไขเป็น จริง จะทำา งานภายใต้ if ่ นั่น คือ คำา สั่ง ในบรรทัด ที่ 16 เท่า นั้น แล้ว จะข้า มไปทำา งานในบรรทัด ที่ 19 เลย แต่ถ ้า เงื่อ นไขในบรรทัด ที่ 15 เป็น เท็จ ก็จ ะ ข้า มคำา สัง ภายใต้ if ไปทำา งานที่ค ำา สั่ง ภายใต้ else ่ในบรรทัด ที่ 18 เท่า นั้น ก่อ นที่จ ะทำา งานในบรรทัด ที่ 19 ต่อ ไป-คำา สั่ง return25 return 0; ในบรรทัด ที่ 25 คำา สั่ง return เป็น การจบการทำา งานของฟัง ก์ช ัน แล้ว ส่ง ค่า ที่ร ะบุ ( คือ ค่า 0 ) กลับ ไปให้ก ับฟัง ก์ช ัน ที่เ รีย กมา  สำา หรับ โปรแกรมภาษาซีท ี่ถ ก เรีย กให้ท ำา งานจาก ู ระบบปฏิบ ัต ิก ารนั้น เนื่อ งจากระบบปฏิบ ัต ก ารเป็น ิผู้เ รีย กให้ฟ ัง ก์ช ัน main ( ) ในโปรแกรมทำา งาน ดัง นั้น เมื่อ โปรแกรม ทำา งานเสร็จ สิ้น ลง ฟัง ก์ช ัน main ( ) จึง ส่ง ค่า 0ไปให้ก บ ระบบปฏิบ ัต ก าร ั ิ
  18. 18. การพัฒ นาโครงงานคอมพิว เตอร์ โครงงานคอมพิว เตอร์เ ป็น การนำา เอาความรู้ใ นด้า นการเขีย นโปรแกรม มา ใช้ร ่ว มกับ อุป กรณ์ค อมพิว เตอร์ร วมถึงอุป กรณ์อ ื่น ที่เ กี่ย วข้อ ง เพื่อ ผลิต ผลงานสำา หรับ แก้ป ัญ หา หรือ นำา ผลงานมา ประยุก ต์ใ นงานจริง นัก เรีย นจะต้อ งใช้ค วามรู้และประสบการณ์ เพื่อ วางแผนการพัฒ นา โครงงาน โดยอาจขอคำา ปรึก ษา จากอาจารย์ผ ู้ส อน หรือ ผู้ท รงคุณ วุฒ ิอ ื่นเป้า หมายสูง สุด ของการจัด ทำา โครงงานคือ การที่โ ครงงานได้ถ ูก นำา ไปใช้ง าน จริง และก่อ ให้เ กิด ประโยชน์ใ นชีว ิต จริง ของผู้น ำา ไปใช้ ในการเลือ กหัว ข้อ โครงงานนั้น ผู้พ ัฒ นาอาจเริ่ม จากการใช้ค วามคิด สร้า งสรรค์ ร่ว มกับ ประสบการณ์ใ นการคิด ค้น ถึง สิ่ง ที่เ ป็ป ัญ หาและความเป็น ไปได้ใ นการนำา เอาระบบคอมพิว เตอร์ม าช่ว ยงาน โดยทั่ว ไปแล้ว โครงงานคอมพิว เตอร์ส ามารถแบ่ง ออกได้เ ป็น 5ประเภท คือ 1.โครงงานพัฒ นาสื่อ เพื่อ การศึก ษา เป็น การสร้า งบทเรีย นที่อ าจมีแ บบฝึก หัด หรือ คำา ถามเพื่อ ทดสอบด้ว ย 2.โครงงานพัฒ นาเครื่อ งมือ เป็น การพัฒ นาโปรแกรมช่ว ยงานในด้า นต่า งๆ 3. โครงงานจำา ลองทฤษฎี เป็น การพัฒ นาโปรแกรมเพื่อ จำา ลองการทดลองในด้า นต่า งๆที่ไ ม่ส ามารถ ทดลองด้ว ยสถานการณ์จ ริง ได้ 4.โครงงานประยุก ต์

×