Diese Präsentation wurde erfolgreich gemeldet.
Wir verwenden Ihre LinkedIn Profilangaben und Informationen zu Ihren Aktivitäten, um Anzeigen zu personalisieren und Ihnen relevantere Inhalte anzuzeigen. Sie können Ihre Anzeigeneinstellungen jederzeit ändern.

เครื่องมือดูข้อมูลเว็บไซต์ และวิเคราะห์คู่แข่ง

2.898 Aufrufe

Veröffentlicht am

เครื่องมือ และวิธีใช้เครื่องมือเพื่อดูข้อมูลเว็บไซต์ต่าง พร้อมแนะนำวิธีวิคราะห์ข้อมูลที่ได้มาประกอบการตัดสินใจเริ่มต้นทำธุรกิจออนไลน์ จากการดูแนวโน้มและตลาดออนไลน์ที่มีอยู่ โดย ewritor.com

Veröffentlicht in: Internet
  • Login to see the comments

เครื่องมือดูข้อมูลเว็บไซต์ และวิเคราะห์คู่แข่ง

  1. 1. http://www.ewritor.com/spyweb.php
  2. 2. เครื่องมือดูข้อมูลเว็บไซต์ และวิเคราะห์คู่แข่ง Posted by: WATCHARA MANISRI December 27, 2014 in Online Marketing Leave a comment นักการตลาดออนไลน์ ผู้ดูแลเว็บไซต์ Blogger เจ้าของร้านที่กาลังจะเปิด เว็บไซต์ หรือทาการตลาดสาหรับสินค้าชนิดใด ชนิดหนึ่ง ที่ขาดไม่ได้เลย คือการประเมิน และวิเคราะห์คู่แข่ง นั่นคือเว็บไซต์ต่างๆที่อยู่ในอินเตอน์ เน็ต ที่ถือว่าเป็นคู่แข่งของคุณ วันนี้ewritor.com จะมาแนะนาวิธีการดู เว็บไซต์คู่แข่ง พร้อมทั้งวิเคราะห์เบื้องต้นว่าสินค้าที่คุณจะทาการตลาดบน อินเตอร์เน็ตนั้นมีคู่แข่งที่จุดแข็งจุดอ่อนอย่างไรบ้าง
  3. 3. หา Keywords สินค้าของคุณก่อน ไม่ว่าคุณจะขายสินค้าของคุณเอง(eCommerce) หรือช่วยคนอื่นขาย สินค้า(Affiliate, Drop Shipping) ก็ตาม สินค้านั้นจะต้องมีคา มีชื่อ หรือ Keywords เป็นสาคัญก่อน ว่าคาๆนั้นคืออะไร หรือสินค้าที่คุณขายจัดเข้า หมวดหมู่ไหน เช่น นาฬิกา ก็มีอยู่หลากหลายประเภทหลายอย่าง ทั้ง นาฬิกาข้อมือ นาฬิกาแขวน นาฬิกาจับเวลา แยกย่อยไปเป็นนาฬิกา ประเภทต่างๆมากมาย หรือที่เรียกว่า “Long tail keywords” ที่ถือว่าเป็น คีย์เวิร์ดที่มีคู่แข่งน้อย แต่ก็นั่นแหละครับไมว่าคุณจะเลือกตลาดใหญ่ (Mass Market) หรืตลาด ย่อย(Long tail Market) ก็ตาม แต่คุณจาเป็นต้องมีคีย์เวิร์ดเพื่อที่จะเป็น ตัวกาหนดทิศทางการทาตลาดออนไลน์ของคุณ พร้อมกันนั้นคุณจะ สามารถศึกษาคู่แข่งของคุณได้ด้วย จากคีย์เวิร์ดที่คุณเลือกมานี่แหละ ตัวคีย์เวิร์ดที่จริงอาจจะมาจากสินค้าที่คุณต้องการทาตลาดก็ได้ เช่นหาก คุณต้องการจะขายนาฬิกา หากจะใช้คาว่า “นาฬิกา” ที่เป็นคาเดียว หาก
  4. 4. ลองค้นหาใน Google คุณจะพบเว็บไซต์คู่แข่งมากถึง 58ล้านหน้า เว็บไซต์ ซึ่งถือว่ามากพอสมควร แต่หากลงเปลี่ยนคีย์เวิร์ดให้แตกย่อยลงไปอีกเป็น “นาฬิกา casio ผู้หญิง” คู่แข่งก็จะเหลือเพียง 8หมื่นหน้าเว็บไซต์เท่านั้นเองซึ่งถือว่ามีคู่แข่งน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับคาว่า “นาฬิกา” นั่นคือไอเดียในการเลือกสินค้า และหาคีย์เวิร์ดสาหรับทาตลาดออนไลน์ มันขึ้นอยู่ที่คุณว่าต้องการเล่นตลาดใหญ่ หรือตลาดย่อย ตลาดใหญ่ต้อง ใช้เงินทุนสูงในการทาตลาดเพื่อแข่งขันกับคู่แข่งที่มีอยู่ก่อนหน้าแล้ว ซึ่ง แน่นอนว่าเขาย่อมได้เปรียบคุณหลายๆเรื่อง แต่หากคุณมีเป็น Start up ที่ เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจ ผมแนะนาให้เลือกแบบตลาดย่อยมีคู่แข่งน้อย ก็พอจะ แข่งกันได้
  5. 5. ใช้ Google ให้เป็นประโยชน์ หลังจากได้คีย์เวิร์ดมาแล้ว ที่นี่มาลองดูเทรนด์ หรือกระแสการค้นหาคา นั้น Google ว่า จริงๆแล้วสินค้าที่คุณกาลังจาทาตลาดนี้มีคนต้องการ หรืออยากทราบข้อมูล เช็คราคาบน Google ไหม โดยใช้เครื่องมือที่ผมว่า คุณใช้มันอยู่ทุกวันนั่นแหละ แต่อาจจะไม่รู้ว่านอกจากค้นหาข้อมูลต่างๆ อย่างเว็บไซต์ได้แล้ว Google สามารถแสดงข้อมูลอื่นได้อีก ให้คุณเข้าไป ที่ http://www.google.com/trends/?hl=th แล้วพิมพ์คีย์เวิร์ดลงไป จะ พบว่าคีย์เวอร์ดังกล่าวมีการค้นหาอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มเพิ่มความ นิยมมากขึ้น แสดงว่าสินค้าชิ้นนี้หรือหมวดหมู่นี้หากนามาทาตลาดมี โอกาสขายได้แน่นอน นั่นคือข้อมูลคร่าวๆที่แสดงขึ้นมา หลังจากที่ได้เราได้คีย์เวิร์ด ได้สินค้าที่มี แนวโน้มว่าจะขายได้ คราวนี้ก็กลับมาที่ประเด็นหลักของบทความนี้ที่ ต้องการแนะนาเครืองมือ และวิธีการในการวิเคราะห์คู่แข่งในคีย์เวิร์ดหรือ สินค้าหมวดนั้นๆ
  6. 6. โดยคู่แข่งในที่นี่คือ คู่แข่งที่ปรากฏในหน้าผลการค้นหาบน Search engine (SERp : Search Engine Result page) นั่นเอง ดังนั้นเราลองใส่ คาค้นหาลงไป และดูว่าผลงานค้นหามากน้อยแค่ไหน หน้าแรกของ Google ในคีย์เวิร์ดนั้นคือเป้ าหมาย ซึ่งปกติอันดับแรกมักจะถูกคลิกเข้า ไปมากที่สุด ดังนั้นอันกับ 1-10ในหน้าแรกคือคู่แข่งของคุณ ที่คุณต้อง เอาชนะ และแทรกเข้าไปอยู่หน้าแรกให้ได้ ซึ่งอาจจะเป็นอันดับที่เท่าไหร่ ก็ขึ้นอยู่กับการทา SEO ของคุณเอง เครื่องมือเสริมบน Google Chrome Extension เพื่อดูข้อมูลเว็บไซต์ คราวนี้ผมจะแนะนาเครื่องมือที่ช่วยดูสถานะของเว็บไซต์ต่างๆที่เป็นคู่แข่ง ของคุณว่า แข็งแรงไหม คุณพอจะสู้ได้ไหม ตามงบประมาณและ ความสามารถของคุณ เครื่องมือนี้เป็น Extensions หรือส่วนขยายของ Google Chrome ที่ชื่อว่า SEOquake ที่ช่วยให้คุณดูข้อมูลเว็บไซต์ที่ ปรากฏบนผลการค้นหาได้ ให้คุณพิมพ์ chrome://extensions/ ลงไปใน ช่อง Address Bar และกด Enter
  7. 7. เลื่อนลงมาที่ด้านล่าง กดปุ่ม “รับส่วนขยายเพิ่มเติม” พิมพ์คา ค้นหา “SEOquake” หรือคลิกลิงก์นี้เพื่อค้นหาและติดตั้งส่วนขยาย นี้https://chrome.google.com/webstore/search/SEOquake%20?hl =th เมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว จะมีไอคอนปรากฏที่มุมด้านขวาของ Google Chrome ประโยชน์ของ Extension ตัวนี้คือแสดงคุณสมบัติด้าน SEO และอื่นๆของ เว็บไซต์ต่างๆที่อยู่ในหน้าค้นหาของ Google หรือเว็บไซต์หน้าอื่นๆ ดังนี้
  8. 8. SEOquake จะแสดงข้อมูลของหน้าเว็บไซต์ที่ถูกค้นหา ใต้ชื่อเว็บไซต์ ต่างๆทั้ง 10เว็บ ซึ่งความหมาย และความสาคัญของค่าต่างๆที่แสดง ดังนี้ (เรียงจากซ้ายไปขวา)  PR: Page Rank คือ คือ วิธีการจัดลาดับความสาคัญเว็บเพจทั่ว โลก จาก Google โดยให้ชื่อว่า Google Page Rank  I : Indexed in Google คือ จานวนหน้าเว็บไซต์ของ Domain นี้ที่ ถูก Google นาข้อมูลมาเก็บไว้ในฐานข้อมูลของ Google  L: SEM Rush Link คือ จานวนลิงก์เชื่อมโยงจากเว็บไซต์อื่นมาที่ หน้าเว็บนี้
  9. 9.  LD: SEM Rush Link to Domain คือ จานวนลิงก์เชื่อมโยงจาก เว็บไซต์อื่นมาที่ Domain นี้  I: Indexed in Bing.com คือ จานวนหน้าเว็บไซต์ของ Domain นี้ ที่ถูก Bing นาข้อมูลมาเก็บไว้ในฐานข้อมูลของ Bing.com  Rank: Alaxa Rank คือ อันดับเว็บไซต์ในเว็บ Aleza.com  Age: Domain Age คือ อายุของ Domain นี้  Whois: Who.is คือ ข้อมูลเจ้าของเว็บไซต์ ผู้ดูแลเว็บไซต์ เซิร์ฟเวอร์ และข้อมูลอื่นคุณสามารถคลิกที่ลิงก์ต่างๆที่แสดงด้าน ล้างเว็บไซต์เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม หรือขยายข้อมูลนั้นได้ด้วย ข้อมูล พวกนี้คุณสามารถนามาลาดับความสาคัญ และประเมินคู่แข่งว่า คุณสามารถที่จะทาอันดับหรือกับเว็บไซต์เหล่านี้ทั้ง 10เว็บได้ หรือไม่ หากคุณต้องการที่จะเข้ามาแทรกอยู่ในหน้าแรกของ Google *หากไม่ต้องการให้ SEOquake Extension แสดงข้อมูลให้คลิกที่ไอคอน ของ SEOquake มุมบนขวามือของ Google Chrome และเลือก Disable ดูข้อมูลทั่วไปของเว็บไซต์
  10. 10. นี่คือเรื่องพื้นฐานที่คุณสามารถหาได้จากเว็บไซต์สาหรับแสดงข้อมูล อย่างเช่น https://who.is/หรือ http://www.alexa.com ก็สามารถเข้าไปได้ ง่ายๆ โดยการพิมพ์ url ของเว็บไซต์ลงไป เว็บเหล่านี้ก็จะแสดงข้อมูลว่า ใครเป็นเจ้าของโดเมนนี้ใช้เซิร์ฟเวอร์หรือ Hosting อยู่ที่ไหน ชื่อที่อยู่อีเมล์ ของคนที่เป็นเจ้าของก็จะแสดงขึ้นมาด้วย แต่หากเจ้าของเว็บไซต์ใช้ บริการซ่อนข้อมูลเหล่านี้(Privacy Protection) คุณจะไม่สามารถดูข้อมูล เว็บไซต์เหล่านั้นได้ ซึ่งสามารทาได้ อ่านวิธีซ่อนข้อมูลผู้จดทะเบียน (Privacy Protection) ที่นี่
  11. 11. ดูจานวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ การดูข้อมูลจานวนผู้เข้าชมเว็บไซต์นั้นๆ สามารถดูได้คร่าวๆ ไม่สามารถ เชื่อถือได้มากเท่าไหร่นัก เพราะเว็บไซต์ที่แสดงข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้มีโค้ด สาหรับนับจานวนผู้เข้าชม หรือจานวนการเปิดหน้าเว็บไซต์ที่แสดงให้เห็น ต่อสาธารณะ โดยใช้เครื่องมือย่างเช่น http://www.similarweb.com ที่ สามารถแสดงข้อมูลหลายๆอย่าง เช่น จานวนผู้เข้าชมล่าสุด 3เดือน ย้อนหลัง มี Traffic จากที่ไหนบ้าง จากการค้นหาบน Search Engine หรือ Social media, จานวน Traffic มาจากประเทศไหนมากที่สุด เป็นต้น หาต้องการดูข้อมูลที่มากขึ้นต้องเสียเงินเพื่อสมัครใช้บริการ หรืออีกหนึ่งเครื่องมือสารพัดประโยชน์ที่ผมใช้งานประจาก็ คือ https://adwords.google.com/KeywordPlanner ที่สามารถดูข้อมูล จานวนผู้เข้าชมที่เว็บไซต์ได้คร่าวๆเช่นกัน เพราะนอกจากประโยชน์ สาหรับผู้ลงโฆษณากับ Google Adwords แล้ว คุณสามารถใช้ประโยชน์ ได้หลายอย่าง เพื่อนาข้อมูลมาวิเคราะห์ได้ โดยคุณสามารถวาง url ของเว็บไซต์ลงไปในช่องค้นหาเพื่อดูจจานวนผู้ เข้าชมในแต่ละเดือนได้
  12. 12. เครื่องมือที่ผมชอบอีกอันคือ คือ Search Volume trend ที่สามารถบอก ได้ว่าผู้เข้าชมเว็บไซต์มาจากอุปกรณ์เคลื่อนที่แบบไหนบ้าง และมาจาก จังหวัดไหนของประเทศไทยบ้าง ตามรูปภาพด้านล่างนี้แสดงข้อมุลว่าผู้ เข้าชมมากกว่า 50% อยู่ในกรุงเทพฯ ข้อมูลเหล่านี้สามารถวิเคราะห์ได้คร่าวๆว่า คนกรุงเทพฯ เข้าชม เว็บไซต์ ewritor.com ผ่านคอมพิวเตอร์มากกว่ามือถือ เป็นต้น
  13. 13. ดูจานวน Back link ที่เชื่อมโยงมาที่เว็บไซต์ จานวนและคุณภาพของลิงก์เชื่อมโยงจากเว็บไซต์อื่น หรือ Back link มี ผลด้านการจัดอันดับบนหน้าค้นหาของ Google อยู่มาก ดังนั้นคุณ สามารถรู้ได้ว่าเวบไซต์นั้นๆมี Back link จากที่ไหนบ้าง จากเว็บไซต์  https://moz.com/researchtools/ose/  http://smallseotools.com/backlink-checker/  http://www.alexa.com/  https://ahrefs.com  http://smallseotools.com/backlink-checker/ ซึ่งทั้งเว็บจะแสดงข้อมูลเพียงบางส่วนเท่านั้น แต่หากต้องการทราบถึง จานวน และที่มาของ Back link ต้องอัพเกรดเป็น Pro Version ถึงจะเห็น ข้อมูลได้มากขึ้น จานวน และที่มาของ Back link นี่เอง ทาให้เราสามารถ ที่จะสร้าง Back link ที่มีคุณภาพ และเป็นลิงก์ที่แข็งแรงเพื่อทาอันกับหรือ ทา SEO ให้เว็บไซต์ของคุณได้ แข่งขันได้
  14. 14. ดูคาหลัก หรือ keywords ของเว็บไซต์ และ SEO Score คาหลักหรือ Keywords ของเว็บไซต์นั้น แต่ละหน้าจะไม่เหมือนกัน วิธี ง่ายๆที่จะทราบได้ว่าหน้าเว็บไซต์นั้นๆใช้ Keywords อะไรนั้น สามารถดู ได้จาก Source code ของหน้านั้น อ่านวิธี ดู source code เว็บ แล้ว ค้นหา html tag <meta name=”keywords“> นั่นคือ Keywords ที่หน้า นั้นใช้ หรือหากไม่มี code tag นี้ก็ค้นหา code : <title>ชื่อบทความ </title> เจ้าของเว็บทั่วไปมักใส่ keywords ลงไปในชื่อบทความเสมอ หรือสามารถใช้เว็บไซต์ http://www.woorank.com/ เพื่อดู Keywords หลักของหน้าเว็บก็ได้ครับ และเครื่องมืออื่นๆก็สามารถดูได้ เช่น alexa.com หรือ http://www.similarweb.com สามารถดูได้ว่าคาไหนที่ ถูกค้นหามากที่สุด ดังภาพตัวอย่างด้านล่างที่แสดง keywords จาก เว็บไซต์ Lazada.co.th
  15. 15. จากรูปจะเห็นได้ว่า Keywords ที่ถูกค้นหามาจาก Organic Keywords หรือการค้นหาธรรมชาติที่ทาอันดับบนหน้า SERp ได้ และ Paid Keywords หรือ Keywords ที่มีการจ่ายเงินและลงโฆษณา เพื่อแสดงผลในหน้าค้นหานั้นเอง ถ้าสังเกตดีๆจะทราบว่า Traffic จาก Search Engine ส่วนมากมาจาก Google และคาค้นหาที่ถูกค้นหาอันกับ ต้นๆคือว่า #lazada #ลาซาด้า แสดงให้เห็นว่าเว็บไซต์นี้สามารถสร้างแบ รนด์ให้เป็นที่รู้จักได้แล้ว **ดูข้อมูล นี้ http://www.similarweb.com/website/lazada.co.th#search
  16. 16. ปัจจัยที่นามาเพื่อวิเคราะห์คู่แข่ง จากข้อมูลที่ Ewritor.com นาเสนอมานี้มีหลายอย่างที่ต้องนามา วิเคราะห์ว่าเว็บไซต์นั้นๆที่เป็นคู่แข่งบน SERp มีจุดแข่งและจุดอ่อน อย่างไร หลักใหญ่ใจความก็คือ  On page SEO ก็คือ ส่วนการนาเนื้อหาของเว็บไซต์ การเลือก Keywords การ Optimized หน้าเว็บไซต์ให้ Bot ของ Search engine สามารถเก็บข้อมูลได้ดี และนาไปจัดอัน รวมทั้งปัจจัย มากมาย ที่ Google แนะนาการทา On page SEO เอาไว้และเทคนิค อื่นๆที่นัก SEO ทาการปรับแต่งหน้าเว็บให้สามารถทาอาดับได้ดีอ่าน บทความ On-Page Factors  Off page SEO คือ การให้เครดิตจากเว็บไซต์อื่นๆ หลักๆก็คือ Back link ที่เชื่อมโยงมายังเว็บไซต์นั้นๆ ที่มีความหลากหลาย มีจากเว็บไซต์ ที่มีคุณภาพและมีความน่าเชื่อถือไหม รวมถึงการกดไลค์กดดแชร์หน้า เว็บนั้นไปยัง Social media ต่างๆก็เป็นหนึ่งในปัจจัยการทาอันดับบน Search engine ด้วย จะว่าไปแล้ว Off page SEO ถือเป็นว่าซับซ้อน และมีเทคนิคมากมายที่ถูกนามาใช้ เพราะ Google เอง ไม่ได้บอก ทั้งหมดว่า Back link ที่ดีแบบไหนบ้าง ที่ถือเป็นปัจจัยในการจัดอันดับ ของ Google บอกเพียงแค่ว่า Back link ต้องเป็นธรรมชาติ และ มาจากเว็บที่มีความน่าเชื่อถือ และเป็น Back link ที่มีความ
  17. 17. เกี่ยวข้องในเนื้อหา ดังนั้นการทา Off page SEO คือการสังเกตและ ทดลอง ลองอ่านบทความนี้SEO Off Page คืออะไร ทาอย่างไร ????? เหล่านี้คือสิ่งที่คุณต้องนามาเป็นข้อมูลเบื้องต้นสาหรับการวิเคราะห์คู่แข่ง และนามาปรับปรุงหน้าเว็บไซต์ของคุณหากคุณต้องการที่จะแข่งขันทา อันดับบน SERp ของ Google
  18. 18. เลือกจุดแข็งของเราอออกมา หาคุณเลือกแล้วว่าเว็บไซต์ Keywords อะไรที่คุณจะแข่งด้วย คราวนี้ต้อง มาสร้างเว็บไซต์ และทา SEO ให้กับเว็บไซต์ของคุณ เพื่อแข่งขัน ซึ่ง เทคนิคการทา SEO ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ล้วนมาจากประสบการณ์ และการทดลองทั้งสิ้นไม่ว่าคุณจะทาเอง หรือจ้างนัก SEO มาทาให้ ก็ต้อง คานึงเสมอว่าการทา SEO ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครก็ทาได้ และไม่ได้เห็นผล แบบทันตา ต้องอาศัยเวลา งบประมาณ และความอดทนอย่างสูง เพราะ คุณต้องพึงพาปัจจัยภายนอกเป็นหลักคือ หวัง Traffic จาก Search Engine อย่าง Google ดังนั้น มันขึ้นอยู่กับอย่างแรกที่ผมแนะนาเลยก็คือ การหา Keywords เลือกตลาดแบบไหน ตลาดใหญคู่แข่งก็เยอะ ยาก และต้องใช้งบประมาณและเวลาในการทาอันดับขึ้นมาแข่งขัน กันได้ แต่หากผมจะแนะนาผมว่าการเลือกตลาดย่อยหรือ Long tail market จะ ช่วยให้คุณสามารถแข่งขันได้ด้วยต้นทุนและงบประมาณที่จากัดได้ โดย ไม่หมดกาลังใจการทาแข่งขันไปเสียก่อน จากนั้นค่อยขยับขยายลองทา ตลาดที่ใหญ่ขึ้น คู่แข่งมากขึ้นตามลาดับ ความสาเร็จในการแข่งขันที่ละ น้อยจะช่วยให้คุณมีประสบการณ์ และกาลังใจที่ดีในการทา SEO แข่งกับ เว็บไซต์อื่นๆ สรุปๆ
  19. 19. นั่นคือข้อมูลที่อยากจะแบ่งปัน ไม่ว่าคุณจะทาอะไรก็ตาม ขายของ ออนไลน์ ทา Affiliate หรืออื่นๆ การวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆจาเป็นเสมอก่อน การเริ่มต้น Search Engine ถือเป็นแหล่ง Traffic ขนาดใหญ่ที่หากคุณ สามารถทาได้ Traffic มหาศาลจาก keywords นั้นๆจะหลั่งไหลเข้ามาที่เว็บไซต์ของคุณ และเมื่อมี traffic เข้ามา รายได้ก็จะเกิดขึ้น คือสิ่งตอบแทนที่คุณจะได้รับ จากการทางานหนัก ทั้งเรื่องการหาข้อมูลคู่แข่ง และทาหน้าเว็บไซต์ของ คุณเองให้เกิด Conversion หรือเทคนิคการทาให้ผู้เยี่ยมชมกลายเป็น ลูกค้า สร้างรายได้ให้คุณได้ ที่ต้องเรียกว่าคือสิ่งที่คุณต้องทาด้วย ซึ่งเรื่องของ Traffic Conversion เป็นเรื่องที่มีรายละเอียดและเทคนิค มากมายที่นามาใช้หลากหลายและ Advance มากขึ้น และผมคิดว่าคราว หน้าจะมาแชร์เทคนิคนี้สาหรับคนที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์อย่าง จริงจัง Source : http://www.ewritor.com/spyweb.php
  20. 20. Advertising บริการรับทาเว็บไซต์ - เว็บไซต์ที่ดีสร้างความเชื่อมั่นและโอกาสทาง ธุรกิจคุณ โดยทีมงานมืออาชีพ ราคาถูก สวยงาม ตรงตามความต้องการ การันตีด้วยผลงานกว่า 5000 เว็บไซต์ บริการโฆษณา Google AdWords - ทุกครั้งที่มีการค้นหาใน Google คุณจะมีโอกาสสร้างรายได้ทุกครั้ง ทาโฆษณาติดหน้าแรก Google เจาะ ตรงกลุ่มลูกค้า เพิ่มยอดขายการันตีจากลูกค้ากว่า 2,000 ราย บริการโฆษณา Facebook - ลงโฆษณาทาง Facebook เพิ่มยอดขาย ธุรกิจบนสื่อ Social ที่มาแรงที่สุดในประเทศไทย ขยายฐานธุรกิจรวดเร็ว เจาะตรงกลุ่มลูกค้า เพิ่ม Likes, Comments และ Shares เพิ่มคนเข้าชม เว็บ สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว

×