Diese Präsentation wurde erfolgreich gemeldet.
Wir verwenden Ihre LinkedIn Profilangaben und Informationen zu Ihren Aktivitäten, um Anzeigen zu personalisieren und Ihnen relevantere Inhalte anzuzeigen. Sie können Ihre Anzeigeneinstellungen jederzeit ändern.
ช่างไม้ครุ ภณฑ์                                                                                                           ...
ช่างไม้ครุ ภณฑ์                                                                                                           ...
ช่างไม้ครุ ภณฑ์                                                                                                          ั...
ช่างไม้ครุ ภณฑ์                                                                                                           ...
ช่างไม้ครุ ภณฑ์                                                                                                           ...
ช่างไม้ครุ ภณฑ์                                                                                                           ...
ช่างไม้ครุ ภณฑ์                                                                                                           ...
ช่างไม้ครุ ภณฑ์                                                                                                           ...
ช่างไม้ครุ ภณฑ์                                                                                                          ั...
ช่างไม้ครุ ภณฑ์                                                                                               ั           ...
ช่างไม้ครุ ภณฑ์                                                                                    ั                      ...
ช่างไม้ครุ ภณฑ์                                                                 ั4. ให้นักเรียนอธิบายลักษณะ ประโยชน์ของไม้...
Nächste SlideShare
Wird geladen in …5
×

ช่างไม้ครุภัณฑ์ในท้องถ่ิน

  • Als Erste(r) kommentieren

  • Gehören Sie zu den Ersten, denen das gefällt!

ช่างไม้ครุภัณฑ์ในท้องถ่ิน

  1. 1. ช่างไม้ครุ ภณฑ์ ั หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ช่างไม้ครุภัณฑ์ในท้องถิ่นงานช่างไม้ ในปัจจุบันงาน ช่างไม้ ยังมีความสาคัญอยู่มากถึงแม้ว่าไม้จะกลายเป็นวัสดุที่หายากและแพงกว่าวัสดุทดแทนอื่น แต่ไม้ก็ยังเป็นส่วนประกอบหลักที่ยังจาเป็นต้องใช้ เช่น วงกบ ประตู หน้าต่าง ตลอดจนถึงผลิตภัณฑ์ที่ใช้ตกแต่งภายในบ้าน อาชีพ ช่างไม้ จึงมีความสาคัญอย่างยิ่ง เพราะงานช่างไม้เป็นงานที่ต้องอาศัยทักษะและความชานาญในการทางาน ผู้ที่ประกอบอาชีพช่างไม้จะต้องมีความรั กในหน้าที่ มีความคิดสร้างสรรค์ มีความขยั นอดทน และมีความรับผิดชอบสูง อีกทั้งยังสามารถใช้วัสดุที่เป็นไม้มาสร้างสรรค์เป็นงานไม้ได้อย่างเหมาะสมลักษณะของงานอาชีพนี้คือ การปฏิบัติเกี่ยวกับงานช่างไม้ทั่วๆไป เช่น การตัด เลื่อย ไส ปรับ ตอกตะปู ทากาวทาโครง ทารูปร่างการก่อสร้าง ติดตัง ประกอบโครงสร้าง ทาโครงไม้ชั่วคราว ซ่อมแซมและดัดแปลงส่วนต่างๆ ้ที่เป็นไม้ บุฝา มุงหลังคา ทาเครื่องเรือน เครื่องใช้ เฟอร์นิเจอร์ ฯลฯประเภทของงานช่างไม้ จาแนกตามลักษณะงานได้ดังนี้ 1. ช่างไม้ก่อ สร้าง เรียนหนักไปทางการก่อสร้างอาคาร การอ่านแบบ การแยกวัสดุรายการและอุปกรณ์ตลอดจนขั้นตอนในการดาเนินงาน งานประเภทนี้ไม่ปราณีตเรียบร้อยนัก แต่ต้องมีความเข้าใจลักษณะของงาน โดยงานช่างไม้ก่อสร้างนั้น จะเป็นงานที่เกี่ยวกับการก่อสร้างอาคาร บ้านเรือน ที่อยู่อาศัย ต้องอาศัยความอดทน และความแข็งแรงของร่างกายเป็นอย่างมาก เพราะต้องปฎิบัติหน้าที่กลางแจ้ง หรือในที่สูง มีโอกาสเสี่ยงต่อแสงแดด ฝุ่นละออง ฝนตก หรือการพลักตกจากที่สูงได้ จึงต้องมีความเป็นมืออาชีพและมีทักษะใน การทางานเป็นอย่างมาก 2. ช่างไม้ครุภัณฑ์ เรียนเกี่ยวกับการเขียนแบบและอ่านแบบครุภัณฑ์ แบบเครื่องเรือน เฟอร์นิเจอร์การแต่งไม้ เข้าเดือย การต่อไม้ เพลาะไม้ เจาะไม้ การใช้และเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมซึ่งใช้ร่วมกับไม้ เช่นกุญแจ บานพับ บานเลื่อน บานกระจก สาหรับงานช่างไม้ครุภัณฑ์ จะเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับก ารสร้างเครื่องเรือนต่างๆ เฟอร์นิเจอร์ไม้ อุปกรณ์ช่างไม้ เครื่องมือช่างไม้ ชุดตกแต่งบ้านที่ทาจากไม้ และผลิตภัณฑ์จากไม้ทั้งหมด ผู้ที่ประกอบอาชีพช่างไม้นี้ควรเป็นบุคคลที่มีความละเอียด รอบคอบ มีความปราณีต แต่ไม่มีความเสี่ยงในการปฎิบัติ งานเนื่องจากทาหน้าที่ภายในโรงงานไม้ ที่มีเครื่องจักร เครื่องมือเพียบพร้อม 3. ช่างไม้แบบ เรียนเกี่ยวกับการทา แบบหล่อโลหะ ชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ ช่างไม้ประเภทนี้ต้องเป็นคนละเอียด และทางานปราณีตเรียบร้อย เข้าใจเรื่องการหดตัวขยายตัวของวัสดุแต่ละชนิด เข้าใจแบบอย่างถ่องแท้จึงจะทางานได้ดี สาหรับงานช่างไม้ออกแบบ จะเป็นงานที่เกี่ยวกับการทาแบบงานไม้ แบบหล่อโลหะ เช่น ชิ้นส่วนต่างๆของเครื่องยนต์ เป็นต้น ช่างไม้ ออกแบบควรมีความละเอียดปราณีต สร้างไม้แบบโดยไม่ผิดเพี้ยน และมีเทคนิคในการใช้เครื่องมือได้อย่างชานาญ สุดท้าย 4. ช่างไม้แกะสลัก ทาลวดลายต่างๆ บนไม้ เรียนการวาดเขียน วาดลวดลายต่างๆได้ รู้จักใช้เครื่องมือในการแกะสลัก งานช่างไม้ แกะสลัก จะเป็นงานที่เกี่ยวกับการออกแบบ ตกแต่ง สร้างสรรค์ แกะสลักไม้ลวดลายต่างๆลงบนผลิตภัณฑ์ไม้นายอานาจ ศรีทิม ตาแหน่งครูชานาญการ หน้า 1
  2. 2. ช่างไม้ครุ ภณฑ์ ัประโยชน์ของงานช่างไม้ ประโยชน์ของงานช่างไม้ มีทั้งต่อตนเองและต่อผู้อื่น เพราะช่างไม้สามารถ ใช้งานเครื่องมือเกี่ยวกับงานไม้ได้อย่างชานาญงาน และปลอดภัย ช่างไม้ยังช่วยในเรื่องของการซ่อมแซมดูแลรักษางานไม้ มีความรู้ความเชี่ยวชาญในวิชาชีพสามารถนาไปประกอบอาชีพเพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว พร้อมทั้งยังสร้างลักษณะนิสัยที่ดีให้กับตัวเองมีความรับผิดชอบด้วย สาหรับครอบครัว ก็สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ช่วยประหยัดรายจ่าย เนื่องจากสามารถซื้อหางานไม้ในราคางาน ไม้ที่ถูกกว่าบุคคลทั่วไป รู้จักบารุงรักษาของใช้ภายในบ้านทาให้เกิดช่างไม้มืออาชีพที่มีฝีมือคุณภาพสูง เกิดการอนุรักษ์และใช้ทรัพยากรอย่างมีประโยชน์สูงสุด ช่างไม้ ยังมีเทคนิคการใช้งานเครื่องมือที่ถูกต้องตามหลักการ มีการประดิษฐ์คิดค้นสิ่งแปลกใหม่ ไอเดียการออกแบบผลงานผลิตภัณฑ์จากไม้ มีการสร้างสรรค์งานไม้แบบมืออาชีพ และบ่งชี้ให้สังคมเห็นคุณค่าของงานช่างไม้มากขึ้นอีกด้วย 1. ประโยชน์ต่อตนเอง • สามารถใช้เครื่องที่ทาไม่ได้ถูกวิธี • สามารถซ่อมแซมดูแลรักษาได้ • สามาใช้เครื่องมือได้อย่างปลอดภัย • นาความรู้ไปประยุกต์ใช้อย่างถูกวิธี • สร้างลักษณะนิสัยให้กับตัวเองมีความรับผิดชอบ • เป็นพื้นฐานการงานอาชีพ 2.ประโยชน์ต่อครอบครัว • สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ • ประหยัดรายจ่ายของครอบครัว • รู้จักบารุงรักษาของใช้ภายในบ้าน • เพิ่มพูนรายได้ให้กับครอบครัว 3.ประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ • เกิดช่างฝีมือที่มีคุณภาพ • เกิดการอนุรักษ์และใช้ทรัพยากร • ประชาชนมีทักษะในการประกอบอาชีพ • มีการประดิษฐ์คิดค้น • สังคมเห็นคุณค่าของงานไม้ลักษณะและธรรมชาติของไม้ ต้นไม้ทุกชนิดที่เราพบเห็นลาต้นใหญ่โต มีกิ่งก้านสาขามากมายนั้น เมื่อเกิดขึ้นใหม่ๆ เป็นไม้เพียงต้นเล็กๆที่อ่อนนุ่ม ก่อนจะเจริญงอกงามแตกกิ่งก้านสาขาออกไปเป็นลาต้นใหญ่ๆ ก็ใช้เวลาหลายสิบปี การเติบโตของต้นไม้จะเติบโตขึนโดยมีเนื้องอกเพิ่มขึ้นโดยรอบลาต้นอ่อนที่เกิดมาแต่เดิมเป็นชั้นๆ หรืองอกเป็นวงซ้อนกันออกไปเรื่อยๆ ้ในปีหนึ่งๆ ต้นไม้จะมีโอกาสโตขึ้นได้ชั่วฤดูหนึ่งเท่านั้น สิ้นฤดูแล้วไม้จะไม่เจริญเติบโตต่อไปอีก ดังนั้นเมื่อเราตัดต้นไม้ออกเป็นแว่น จะเห็นรอยเป็นวงๆ ซ้อนกันอยู่มากมาย ชิดกันบ้าง ห่างกันบ้าง วงเหล่านี้คือรอยที่แสดงการขยายตัวโตขึ้นในฤดูหนึ่งๆ ดังแสดงในรูปภาพที่ 1.1 แสดงวงปีของต้นไม้ ในปีหนึ่งๆ ไม้จะโตมากน้อยเพียงใด สังเกตได้จากวงปี คือถ้าโตเร็ววงจะซ้อนกันห่างๆ แต่ถ้าโตช้าวงจะซ้อนกันชิดมาก ไม้ที่มีการเจริญเติบโตสม่า เสมอนั้นจะมีความแข็งแรงดีกว่าไม้ที่โตเร็วกว่าธรรมดา เพราะไม้ที่โตเร็วกว่านั้นเนื้อจะอ่อนไม่แข็งแรง แต่ถ้าไม้โตช้าเนื้อไม้มักแข็งแรงมาก เปราะ และหักง่าย บางครั้งเราสามารถนายอานาจ ศรีทิม ตาแหน่งครูชานาญการ หน้า 2
  3. 3. ช่างไม้ครุ ภณฑ์ ัคาดคะเนอายุของต้นไม้ได้จากการนับวงเหล่านี้ คือ ถือว่าในปีหนึ่งต้นไม้จะงอกออกไปได้เพียงวงเดียวเท่านั้น แต่ก็ไม่สม่าเสมอและแน่นอนนัก เพียงแต่เป็นการคาดคะเนคร่าวๆ เท่านั้น ภาพที่ 1.1 แสดงวงปีของต้นไม้วิธีกานต้นไม้หรือโค่นไม้ วิธีกาน คือการเอาขวานถากเปลือกบริเวณโคนต้นออก ถ้าถากลึกจนถึงเนื้ อไม้ที่เป็นส่วนส่งอาหารเลี้ยงลาต้น ต้นไม้นั้นก็ตายลงเอง ซึ่งเราเรียกว่ายืนตาย โดยมากจะกานทิ้งไว้ 1 ปี เพื่อให้ต้นไม้แห้งสนิทก่อนโค่นการโค่นลงทันทีในเวลาที่ต้องการนั้น จะได้ไม้ที่ไม่แห้งดีเหมือนไม้กาน ถ้าจาเป็นต้องโค่นไม้สดหรือไม้ดิบเมื่อโค่นแล้วต้องรีบจัดการปอกเปลือกออกทันทีเพื่อให้ไม้แห้งเร็ว และควรทิ้งไว้ในที่แจ้งเพื่อให้ได้รับลม หรือรีบเอาจมน้าเสียก่อนที่ยางไม้จะแข็งตัว การโค่นไม้เป็นงานที่สา คัญมาก ต้องพิจารณาดูทาเลให้ดี การที่ไม้ฟาดลงโดยแรงจะทาให้ไม้นั้นเสีย เช่น แตกร้าว ฉีก หรือถูกไม้อื่นๆ ข้างเคียงพลอยเสียไปด้วย หรืออาจเกิดอันตรายแก่ผู้ทาการโค่น การโค่นต้องพิจารณาดูว่าจะให้ไม้ล้มไปทางใดจึงจะเหมาะ เพื่อช่วยลดความแรงในการฟาดลง เช่นล้มไปทางเนินหรือเขา การโค่นไม้ใช้ขวานฟันทางด้านที่จะให้ล้มประมาณครึ่งต้น แล้วใช้เลื่อยๆ ลัดหลัง การที่ทาเช่นนี้ก็เพื่อต้องการให้ไม้ล้มไปทางรอยขวาน ส่วนตอที่เหลือไม่ควรเกิน 2 ศอกไม่ควรเหลือไว้มากเพราะจะทา ให้เสียเนื้อไม้ ดังแสดงในรูปภาพที่ 1.2 แสดงการโค่นต้นไม้และการเปิดปีกซุง ภาพที่ 1.2 แสดงการโค่นต้นไม้และการเปิดปีกซุง ที่มา : ชาลี ลัทธิ และคณะ , 2527นายอานาจ ศรีทิม ตาแหน่งครูชานาญการ หน้า 3
  4. 4. ช่างไม้ครุ ภณฑ์ ัการจักไม้และการผึ่งไม้ สาหรับวิธีจักซุงออกเป็นตัวไม้ ทาได้โดยการเลื่อยออกเป็นแผ่นๆ ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้กันโดยมาก ไม่ว่าเลื่อยโดยเครื่องจักรหรือเลื่อยมือก็ตาม การเลื่อยโดยวิธีนี้ ขั้นแรกให้เลื่อยตัดส่วนโค้งของไม้ออกเสียก่อนให้เป็นท่อนซุงสี่เหลี่ยม มีขนาดหัวซุงและปลายซุงเท่ากัน เรียกว่า การลอกปีกซุง แล้วจึงทาการโกรกออกเป็นแผ่นๆ ขนานไปตามความยาวของซุง เมื่อเลื่อยออกเป็นแผ่นใหญ่ๆ แล้วจึงนามาเลื่อยออกเป็นไม้ขนาดต่างๆ ตามความต้องการหลังจากทาการแปรรูปไม้แล้ว ต้องนามาผึ่งให้แห้ง การผึ่งไม้เป็นการทาให้ยางในเนื้อไม้แห้ง หรือหมดไป เป็นการป้องกันไม้ไม่ให้หดตัวและป้องกันการแตกร้าว การผึ่งไม้เป็นความประสงค์ที่จะได้ไม้ที่มีประสิทธิภาพในการใช้งานหรือได้ไม้ที่มีคุณสมบัติที่ดีเท่าที่ควร จะเป็น เมื่อต้นไม้ถูกโค่นลง ยางไม้ซึ่งเป็นโลหิตหล่อเลี้ยง ความเจริญจะค่อยๆ แห้งลงพร้อมกับการยุบตัวลงทีละน้อย ซึ่งจะเห็นได้ว่าไม้จะหดตัวและมีน้าหนักเบาลง การหดตัวของไม้แต่ละชนิดย่อม ไม่เหมือนกัน เช่น ไม้สักมีการหดตัวน้อย ไม้ยางหดตัวมาก วิธีผึ่งไม้ตามธรรมดา ที่ใช้กันอยู่ทั่วๆไปนั้น ได้แก่ การผึ่งลม วิธีนี้นิยมทากันมากเพราะทาได้ง่ายและไม่เป็นการสิ้นเปลืองมากนั ก การผึ่งชนิดนี้เป็นการทาให้ไม้ค่อยๆ แห้งลงทีละน้อย ไม้จึงไม่เปราะหรือแตกร้าว บิด งอ ดังแสดงในภาพที่ 1.3 แสดงการผึ่งหรือตากไม้ ภาพที่ 1.3 แสดงการผึ่งหรือตากไม้ ที่มา : ชาลี ลัทธิ และคณะ , 2527ป่าไม้ในประเทศไทย ป่าไม้ในประเทศไทยแบ่งได้ เป็น 2 ประเภท คือป่าประเภทที่ไม่ผลัดใบ (Evergreen Forest) และป่าประเภทที่ผลัดใบ (Decicuous Forest) ป่าไม้ประเภทที่ไม่ผลัดใบ ป่าประเภทนี้เป็นต้นไม้ที่มีใบสีเขียวชอุ่มตลอดปี ไม่มีระยะเวลาผลัดใบที่แน่นอน เมื่อใบไม้เก่าร่วงหล่นไปใบใหม่ก็ผลิแตกออกมาแทนที่อยู่เรื่ อยๆ ป่าประเภทนี้มีอยู่ทั่วไปในประเทศไทย ซึ่งอาจแยกออกได้ตามลักษณะเด่นของป่าไม้ได้เป็น 4 ชนิด 1.ป่าดงดิบหรือป่าดิบหรือป่าดิบชื้น (Tropical Rain Forest หรือTropical Evergreen Forest) 2.ป่าดงดิบเขา หรือ ป่าดิบเขา (Hill Evergreen Forest) 3.ป่าสนหรือป่าสนเขา (Coniferous Forest หรือ Pine Forest) 4.ป่าชายเลน หรือป่าเลนน้าเค็มหรือป่าโกงกาง (mangrove Forest)นายอานาจ ศรีทิม ตาแหน่งครูชานาญการ หน้า 4
  5. 5. ช่างไม้ครุ ภณฑ์ ั ป่าประเภทที่ผลัดใบ ป่าประเภทนี้คือป่าที่ต้นไม้ส่วนใหญ่ที่ขึ้นอยู่ทิ้งใบร่วงหล่นลงหมดในฤดูแล้งเหลือแต่กิ่ง พอถึงฤดูจึงเริ่มผลิใบใหม่ออกมา อาจแยกออกเป็น 2 ชนิด คือ 1.ป่าเบญจพรรณหรือป่าผสมผลัดใบ (Mixed Deciduous Forest) 2.ป่าแพะหรือป่าแดงหรือป่าโคก (Dry Deciduous Dipterocarp Forest)การจาแนกประเภทของไม้ ไม้จาแนกแบ่งเป็นไม้เนื้ออ่อน (softwood) ซึ่งปกติจะเป็นไม้ใบแคบและไม้เนื้อแข็ง (hardwood)ซึ่งเป็นไม้จากต้นไม้ใบกว้างอย่างไรก็ตามในปัจจุบัน เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน จึงแยกประเภทของไม้ตามหนังสือของกรมป่าไม้ที่ กส.0702/6679 ลงวันที่ 3 พฤษภาคม 2517 ดังนี้คือ ให้แบ่งไม้ออกเป็น 3 ประเภทโดยถือเอาค่าความแข็งแรงในการดัดของไม้แข็งและความทนทานตามธรรมชาติของไม้นั้นๆ เป็นเกณฑ์ตามตารางดังนี้ ตารางแสดงความแข็งแรงของไม้และความต้านทานของไม้ ประเภทไม้ ความแข็งแรง (kg.cm 2 ) ความทนทาน ( ปี )ไม้เนื้อแข็ง > 1000 > 10ไม้เนื้อแข็งปานกลาง 600 – 1000 2 – 10ไม้เนื้ออ่อน < 600 <2 1.ไม้เนื้อแข็ง ไม้เนื้อแข็งเป็นไม้ที่มีเนื้อแกร่งและเหนียวมีความแข็งแรงและทนทานต่อการใช้ท่ามกลางแสงแดดและฝนได้ดีมาก เนื้อไม้มีทั้งชนิดเนื้อหยาบไปจนถึงเนื้อละเอียด ทั้งชนิดเสี้ยนไม่ตรงและเสี้ยนไม้สับสน ยากต่อการเลื่อยไสกบและตกแต่ง แต่ขัดไม้ได้ดีเนื่องจากเนื้อไม้ส่วนใหญ่จะเป็นมั นในตัว ไม้ชนิดนี้ส่วนใหญ่จะมีสีเข้ม เป็นไม้ที่มีน้าหนักมาก โดยทั่วไปจะหนักตั้งแต่ประมาณ 720 ถึง 1,120 กิโลกรัม ต่อลูกบาศ์กเมตรหรือกว่านั้น ไม้เนื้อแข็งบางชนิด ได้แก่ ไม้เต็ง เป็นต้นไม้ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ขึ้นเป็นหมู่ตามป่าแดดทั่วไปยกเว้นภาคใต้ ลักษณะเนื้อไม้เป็นสีน้าตาลอ่อน เมื่อแรกตัดทิ้งไว้นานจะเป็นสีน้าตาลแก่แกมแดง เสี้ยนสับสน เนื้อหยาบแต่สม่า เสมอแข็งเหนียว แข็งแรงและทนทานมาก แห้งแล้วเลื่อยไสกบตกแต่งได้ยาก น้าหนักโดยเฉลี่ยประมาณ 1,040 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ใช้ทาหมอนรางรถไฟ เครื่องมือกสิกรรม โครงสร้างอาคาร เช่น ตง คาน วงกบ ประตูหน้าต่างโครงหลังคา เสา ไม้รัง เป็นต้นไม้ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ขึ้นเป็นหมู่ตามในป่าแดดทั่วไป ลักษณะเนื้อไม้มีสีน้าตาลอมเหลือง เสี้ยนสับสน เนื้อหยาบแต่สม่าเสมอ แข็ง หนัก แข็งแรงและทนทานมาก เลื่อยไสกบตกแต่งค่อนข้างยากเมื่อแห้งจะ มีลักษณะคุณสมบัติคล้ายไม้เต็ง ในบางครั้งเรียกว่าไม้เต็งรัง น้าหนักโดยเฉลี่ยประมาณ800 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ใช้ทาเสาและโครงสร้างอาคารต่างๆ ทาหมอนรางรถไฟ ทาเครื่องมือกสิกรรม ไม้แดง เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ ขึ้นทั่วไปในป่าเบญจพรรณแล้งและชื้น ลักษณะของเนื้อไม้มีสีแดงเรื่อๆ หรือสีน้าตาลอมแดง เสี้ยนเป็นลูกคลื่นหรือสับสน เนื้อละเอียดพอประมาณ แข็ง เหนียวแข็งแรงและทนทานเลื่อยไสกบแต่งได้เรียบร้อยขัดชักเงาได้ดี น้าหนักโดยเฉลี่ยประมาณ 960 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ไม้นี้นิยมในการก่อสร้างในส่วนที่ไม่ใช่โครงสร้าง เช่น พื้น วงกบประตูหน้าต่าง ทาเกวียน ทาเรือ หมอนรางรถไฟนายอานาจ ศรีทิม ตาแหน่งครูชานาญการ หน้า 5
  6. 6. ช่างไม้ครุ ภณฑ์ ัเครื่องเรือน เครื่องมือกสิกรรม ไม้แดงนี้ปลวกหรือเพรียงจะไม่ค่อยรบกวนและเป็นไม้ที่ต้านทานไฟในตัวด้วยไม้แดงเป็นไม้ที่มีความแข็งมาก ทาให้เวลาเกิดความชื้นหรือร้อนและขยายตัวจะดันจนกาแพงแตกได้ (กรณีเป็นพื้น )หรือหากไปตีชิด ทาฝ้าเพดาน(ชายคา) ด้านนอกบ้าน ก็จะดันจนเครื่องหลังคา มีปัญหาง่าย ต่างกับไม้สักหรือมะค่าที่อ่อน/แข็ง แต่ยืดหดตัวน้อยกว่า ถ้าเป็นตะเคียนทองแท้ (ต้องมีรอยมอดป่า ) การยืดหดค่ อนข้างน้อยมากนาไปทาวงกบ ไม้ตะเคียนทอง เป็นต้นไม้ใหญ่และสูงมากขึ้นเป็นหมู่ตามป่าดิบชื้นทั่วไปลักษณะเนื้อไม้มีสี เหลืองหม่นสีน้าตาลอมเหลือง มักมีเส้นสีขาวหรือเทาขาวผ่านเสมอ สีที่ผ่านนี้เป็นท่อน้า มันหรือยาง เสี้ยนมักสับสนเนื้อละเอียดปานกลางแข็ง เหนียว ทนทาน ทนปลวกได้ดี เมื่อนาไปเลื่อย ไสกบตกแต่งและชักเงาได้ดีมากน้าหนักโดยเฉลี่ย 750 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ใช้ในการก่อสร้างอาคาร ไม้หมอนรางรถไฟ ไม้ชนิดนี้นิยมใช้ทาเรือมาก และยังใช้งานได้ดีทุกอย่างที่ต้องการความแข็งแรง เหนียวและทนทาน ไม้ตะแบก เป็นต้นไม้สูงใหญ่ตอนโคนมีลักษณะเป็นพู ขึ้นในป่าเบญจพรรณชื้นและแล้งทั่ วไปลักษณะเนื้อไม้สีเทาจนถึงสีน้า ตาลอมเทา เสี้ยนตรงหรือเกือบตรง เนื้อละเอียดปานกลาง เป็นมัน แข็งเหนียวแข็งแรงทนทานดีถ้าใช้ในร่ม ไม้ตากแดดตกฝนใช้ทา เสาบ้าน ทาเรือ เครื่องกสิกรรม ไม้ตะแบกชนิดลายใช้ทาเครื่องเรือนได้สวยงามมาก ใช้ทาด้ามมีด ไม้ถือ กรอบรูป ด้ามปืน เป็นต้น ไม้ชัก เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ขึ้นตามป่าดิบและป่าเบญจพรรณขึ้นทั่วประเทศเว้นแต่ทางภาคเหนือลักษณะเนื้อไม้สีน้า ตาลอ่อนถึงแก่เสี้ยนตรงพอประมาณเนื้อหยาบและสับสน แข็งพอประมาณเหนียวทนทานนาไปเลื่อย ไสกบตบแต่งได้ยาก บางครั้งเรียกว่าเต็งดง น้าหนักโดยเฉลี่ยประมาณ 961 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตรใช้ทาหมอนรางรถไฟ ใช้ก่อสร้าง เช่น ทาโครงสร้าง ตง คาน โครงหลังคา พื้น ไม้เคี่ยม เป็นต้นไม้ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่สูงตรง ขึ้นชุกชุมในป่าดิบชื้นทางภาคใต้บางแห่งใหญ่วัดเส้นผ่าศูนย์กลางได้ถึง 3 เมตร ลักษณะเนื้อไม้สีน้าตาลหรือสีน้าตาลอ่อน ทิ้งไว้นานเป็นสีน้าตาลแก่หรือเกือบดาเสี้ยนค่อนข้างสั้นเนื้อละเอียดแข็ง เหนียว หนัก แข็งแรงมาก ใช้ในน้าได้ทนทานดี นาไปเลื่อยไสกบตบแต่งได้ค่อนข้างง่าย น้าหนักโดยเฉลี่ยประมาณ 800 – 990 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ใช้ทาหมอนรางรถไฟโครงสร้างที่ต้องการความแข็งแรงมาก เช่นสะพาน แพ พื้น ใช้ในที่แจ้งทนแดดทนฝนดีมาก ไม้มะค่าแต้ เป็นต้นไม้ขนาดกลางถึงขนาดสูงใหญ่ขึ้นประปรายในป่าแดงและป่าเบญจพรรณลักษณะเนื้อไม้สีน้า ตาลอ่อนถึงสีน้า ตาลแก่ เลื่อยทิ้งไว้นานสีจะเข้มขึ้น มีเส้นเสี้ยน ผ่านซึ่งมีสีแก่กว่าสี พื้นเสี้ยนสับสนเนื้อค่อนข้างหยาบ แต่สม่าเสมอเป็นมันเลื่อม แข็งและทนทานมาก ทนมอดปลวกได้ดี เลื่อยไสกบตกแต่งได้ยาก ถ้าตอกตะปูลงในแก่นไม้จะตอกไม้ยากและตะปูมักคดงอเพราะความแข็งแรงของไม้ น้าหนักโดยเฉลี่ยประมาณ 1,090 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ใช้ในการก่อสร้างต่างๆ ทาไม้หมอนรางรถไฟ เครื่องเรื อนเป็นต้น ไม้ประดู่ เป็นไม้ต้นสูงใหญ่ ขึ้นในเบญจพรรณชื้นและแล้งทั่วไปเว้นแต่ทา งภาคใต้ มีชุกชุมทางภาคเหนือและภาคอีสาน ลักษณะเนื้อไม้สีแดงอมเหลืองถึงสีแดงอย่างสีอิฐแก่ สีเส้นเสี้ยนแก่กว่าสีพื้น บางทีมีลวดลายสวยงามมาก เสี้ยนสับสนเป็นริ้ว เนื้อละเอียดปานกลาง แข็งและทนทาน ไสกบตกแต่งได้ดีและชักเงาได้ดีน้าหนักโดยเฉลี่ย 800 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ใช้ในการก่อสร้าง เครื่องเรือนที่สวยงาม ทาด้ามเครื่องมือและสิ่งอื่นๆ ที่ต้องการความแข็งแรงทนทาน ในประเทศจีนและญี่ปุ่นนิยมใช้ทา เครื่องเรือนกันมาก ไม้ประดู่ส่วนใหญ่คือ ประดู่แดง หรือประดู่เหลือง ความแข็งใกล้เคียงกับไม้แดง แต่ยืดหดน้อยกว่านายอานาจ ศรีทิม ตาแหน่งครูชานาญการ หน้า 6
  7. 7. ช่างไม้ครุ ภณฑ์ ั 2. ไม้เนื้อปานกลาง ไม้เนื้อปานกลาง เป็นไม้ที่มีเนื้ออยู่ในระดับปานกลาง มีความแข็งแรงและทนทานพอประมาณ เนื้อไม้มีทั้งชนิดเนื้อหยาบไปจนถึงเนื้อละเอียด แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อไม้ละเอียด เสี้ยนไม้ตรงหรือเกือบตรง จึงสะดวกต่อการเลื่อย ไสกบหรือตกแต่ง และเนื่องจากส่วนใหญ่จะเป็นไม้ที่มีลวดลายสวยงาม จึง นิยมนามาใช้ในการทาเครื่องเรือน เป็นไม้ที่มีน้าหนักตั้งแต่ประมาณ 690 ถึง 1,130 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ไม้เนื้อปานกลางได้แก่ ไม้สัก เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ ขึ้นเป็นหมู่ในป่าเบญจพรรณทางภาคเหนือและบางส่วนของภาคกลางและตะวันตกลักษณะ เนื้อไม้สี เหลืองทองนานเข้าจะกลายเป็นสีน้า ตาลหรือน้าตาลแก่มีกลิ่นเหมือนหนังฟอกเก่าๆ และมีน้ามันในตัวมักมีเส้นสีแก่ แทรกเสี้ยนตรงเนื้อหยาบและไม่สม่า เสมอ แข็งพอประมาณ ปลวกมอดไม่ทาอันตราย นาไปเลื่อย ไสกบตกแต่งง่าย แกะสลักได้ดี ชักเงาได้ง่ายและดีมากเป็นไม้ที่ผึ่งให้แห้งได้ง่ายและอยู่ตัวดี น้าหนักโดยประมาณ 640 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ไม้สักนิยมทาเครื่องเรือน ทาบานประตูหน้าต่างแกะสลักต่างๆ ไม้ยาง เป็นต้นไม้สูงใหญ่ ไม่มีกิ่งที่ลาต้น มักขึ้นเป็นหมู่ในป่าดิบชื้น และที่ต่าชุ่มชื้น ตามบริเวณใกล้เคียงแม่น้าลาธารในป่าดิบและป่าอื่นๆ ทั่วไป บางชนิดสามารถเผาเอาน้า มันยางได้ (แต่เป็นคนละชนิดกับต้นยางพารา) ลักษณะเนื้อไม้สีแดงเรื่อหรือสีน้าตาลหม่นเสี้ยนมักตรง เนื้อหยาบ แข็งปานกลาง ใช้ในร่ มทนทานดีเลื่อยไสกบตกแต่งได้ดี น้าหนักโดยเฉลี่ยประมาณ 650 – 720 กิโลเมตรต่อลูกบาศก์เมตร ใช้ในงานก่อสร้างทั่วไปนิยมใช้กันมากคือใช้เป็นไม้ฝา ไม้คร่าว ฝ้าเพดาน คร่าวฝา ไม้กระบากหรือไม้กะบาก เป็นต้นไม้สูงใหญ่ขึ้นปะปรายในป่าดิบชื้นและป่าเบญจพรรณชื้นทั่วประเทศ มีอยู่หลายชนิดแต่ในส่วนเนื้อไม้และการใช้ มีลักษณะคล้ายคลึงมากใช้ร่วมกันได้ดีลักษณะเนื้อไม้ โดยรวมมีสีตั้งแต่นวลเหลืองถึงน้าตาลอ่อนแกมแดงเรื่อๆ เสี้ยนมักตรงเนื้อหยาบแต่สม่าเสมอ แข็ง เหนียว เด้งพอประมาณเลื่อยไสกบตกแต่งได้ไม่ยาก ข้อเสียคือเนื้อเป็นทรายทา ให้กัดคมเครื่องมือ ผึ่งแห้งง่าย น้าหนักโดยเฉลี่ยประมาณ600 กิโลเมตรต่อลูกบาศก์เมตร ใช้ทาแบบหล่อคอนกรีตได้ดีเพราะถูกน้า แล้วไม่บิดงอหรือโค้ง ทาเครื่องเรือนราคาถูก ทากล่องใส่ของ เก้าอี้ ไม้ซุมแพรก เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ขึ้นประปรายตามป่าดิบชื้นทางภาคตะวันออก เช่นทางอาเภอศรีราชา จังหวัด ชลบุรี และในภาคกลางบางแห่ง ลักษณะเนื้อไม้เมื่อเลื่อยหรือตัดใหม่ๆ จะเป็นสีแดงเข้ มเมื่อทิ้งไว้ถูกอากาศจะเป็นสีน้า ตาลอมแดงเป็นมันเลื่อม เสี้ยนมักตรงและสม่า เสมอ เป็นริ้วห่างๆเหนียวแข็ง ใช้ในร่มทนทานดี เลื่อยไสกบตกแต่งได้ง่าย ชักเงาได้ดี น้าหนักโดยเฉลี่ยประมาณ 640 กิโลเมตรต่อลูกบาศก์เมตรใช้ก่อสร้าง เช่น ทาพืน ฝา ้ ไม้นนทรี เป็นต้นไม้ขนาดกลาง ขึ้นในป่าดิบชื้นและป่าโป่รงชื้น ลักษณะไม้สีชมพูอ่อน ถึงน้าตาลแกมชมพู เป็นมันเลื่อม เสี้ยนตรงหรือเป็นลูกคลื่น หรือสับสนบ้างเล็กน้อย เนื้อหยาบปานกลาง เลื่อยผ่า ไสกบตกแต่งได้ง่ายๆ น้าหนักโดยเฉลี่ยประมาณ 575 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ใช้ทาไม้พื้นเพดานและฝาทาเครื่องเรือน หีบใส่ของต่างๆ ไม้มะม่วงป่า เป็นต้นไม้ใหญ่ ขึ้นห่างๆกันในป่าดิบชื้นและป่าเบญจพรรณ หรือตามที่ชุมชื้นทั่วไปลักษณะเนื้อไม้ไม่มีแก่นมากนัก สีน้าตาลไหม้ เสี้ยนค้อนข้างตรง เนื้อเป็นมันเล็กน้อย แข็งเหนียว ใช้ในร่มทนทานดีเลื่อมไสกบง่าย น้าหนักโดยเฉลี่ยประมาณ 600 กิโลเมตรต่อลูกบาศก์เมตร ใช้ทาเครื่องเรือน หีบใส่ของ ไม้บรรทัดปอกออกมาเป็นแผ่นบางๆ ใช้ทาไม้อัด ไม้กระท้อน เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ ขึ้นตามป่าดิบชื้นทั่วประเทศ ลักษณะเนื้อไม้สีแดงเรื่อๆ ปนเทาเสี้ยนไม้ตรง เนื้อค่อนข้างหยาบ แข็งแรงปานกลาง ใช้ในร่มทนทานพอสมควร เลื่อนไสกบตบแต่งได้ง่าย ขัดและชักเงาได้ ผึ่งให้แห้งได้ง่าย แต่หดตัวมาก ใช้ทาพื้น เพดาน เครื่องเรือนนายอานาจ ศรีทิม ตาแหน่งครูชานาญการ หน้า 7
  8. 8. ช่างไม้ครุ ภณฑ์ ั 3. ไม้เนื้ออ่อน ไม้เนื้ออ่อน เป็นไม้ที่เนื้ออ่อนและหยาบ มีความแข็งแรงละทนทานน้อยที่สุด มอดและปลวกชอบทาลายการยืดหดตัวไม่สม่าเสมอมากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่ชนิดของไม้ สีของเนื้อไม้ก็แตกต่างกันออกไปจากสีอ่อนไปจนถึงสีเกือบเข้ม ไม้ชนิดนี้จะมีน้าหนักตั้งแต่ประมาณ 500 ถึง 870 กิโลกรัมต่อลูกบาศ์กเมตร ไม้เนื้ออ่อน ได้แก่ ไม้สยาขาว เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ขึ้นตามไหล่เขา และบนเขาในป่าดิบทางภาคใต้บางจังหวัด เช่นยะลา นราธิวาส ลักษณะเนื้อไม้สีชมพูอ่อนแกมขาวถึงน้าตาลอ่อนแกมแดง มีริ้วสีแก่กว่าสีพื้นเป็นมันเลื่อม เสี้ยนสับสนเนื้อหยาบอ่อน ค่อนข้างเหนียว ทนทานในร่ม เลื่อย ไส ผ่าได้ง่าย น้าหนักโดยเฉลี่ยประมาณ 480 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ใช้ทาเครื่องเรือนและส่วนของอาคารที่อยู่ในร่ม เปลือกใช้ทาไม้อัดได้ ไม้ก้านเหลือง เป็นต้นไม้ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ขึ้นตามริมน้า แม่น้า ลาธารหรือในที่ชุ่มชื้นทั่วไปลักษณะเนื้อไม้สีเหลือง เข้มถึงสีเหลืองปนแสด เสี้ยนตรงละเอียดพอประมาณ นาไปเลื่อยไสกบได้ง่าย ชักเงาได้ดี น้าหนักโดยเฉลี่ยประมาณ 540 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ใช้ทาพื้น ฝา เครื่องเรือน หีบใส่ของ ไม้มะยมป่า เป็นไม้ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ขึ้นประปรายในป่าดิบชื้นหรือป่าเบญจพรรณชื้นทั่วไป ลักษณะเนื้อไม้ไม่มีแก่นสี ถ้าถูกอากาศนานๆ สีจะนวลขึ้น เสี้ยนตรง เนื้อหยาบ แต่สม่าเสมอและอ่อนไสกบได้ง่าย น้าหนักโดยเฉลี่ยประมาณ 400 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ใช้ทาก้านไม้ขีดไฟ กลักไม้ขีดไฟ หีบใส่ของปัจจุบันใช้ทาเครื่องเรือนต่างๆ ไม้ต้นมะพร้าว เนื้อมีความหนาแน่นใช้เป็นโครงสร้างได้ ความหนาแน่นตรงริมมีมากกว่าตรงกลางต้น ตอนกลางมีความหนาแน่น 400 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แต่ตอนริมมีความหนาแน่นถึง600 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตรตาหนิของไม้ (Defects in wood) ตาหนิของเนื้อไม้เกิดจากสาเหตุ 4 ประการ คือ 1. ตาหนิเกิดจากธรรมชาติ 2. ตาหนิเกิดจากตาไม้ 3. ตาหนิเกิดจากการสูญเสียความชื้น 4. ตาหนิเกิดจากการใช้เครื่องมือกล 1. ตาหนิเกิดจากธรรมชาติ(Natural defects) ตาหนิเกิดจากธรรมชาติ มีหลายลักษณะด้วยกันพอจะแบ่งได้ดังนี้ 1.1 เสี้ยนขวาง (Cross Grain)เป็นตาหนิเนื่องจากมีเสี้ยนบิดเป็นเกลียว เมื่อปอกเปลือกออกจะเห็นได้อย่างชัดเจน รอยบิดเป็นเกลียวจะแตกเป็นแนวขนานกับเสี้ยนไม้ เมื่อแปรรูปไม้จะพบว่า อาการบิดเช่นนั้นทาให้เกิดเสี้ยนขวางได้ 1.2 เสี้ยนทะแยง (Diagonal Grain) เป็นตาหนิเกิดจากการเลื่อยไม้ซุงให้เป็นแผ่น ผ่าให้ขนานกับไส้ไม้ หรือขนานกับเปลือก เมื่อแปรรูป ออกเป็นแผ่น ไม้บางแผ่นซึ่งอยู่ตรงกับการเรียงของเสี้ยนก็จะเกิดเสี้ยนขวางขึ้น สาหรับไม้ที่มีเสี้ยนสน เสี้ยนบิด เป็นลักษณะประจาของไม้อยู่แล้ว หากมีการแปรรูปออกเป็นแผ่นไม้แผ่น ก็จะมีเสี้ยนบิดและเสี้ยนขวาง 2. ตาหนิเกิดจากตาไม้ (Knost defect) เกิดจากส่วนกิ่งที่ เจริญเติบโตทางส่วนสูงพร้อมๆ กับลาต้นในระยะกิ่งยังมีชีวิตอยู่ เมื่อกิ่งตายก็จะหลุดร่วง แต่บางส่วนที่ยังติดอยู่กับต้นไม้ นานหลายปีเข้าเนื้อไม้จะหุ้มส่วนที่ตายไปแล้ว แต่ไม่ประสานเป็นเนื้อเดียวกันได้ เมื่อแปรรูปไม้ออกเป็นแผ่นจะเห็นได้ชัดเจนนายอานาจ ศรีทิม ตาแหน่งครูชานาญการ หน้า 8
  9. 9. ช่างไม้ครุ ภณฑ์ ั 3. ตาหนิเกิดจากการสูญเสียความชื้น (Seasoning or Drying defects) ตาหนิเกิดจากการสูญเสียความชื้นในเนื้อไม้ที่ถูกโค่นลง ไม้ที่ถูกตัดลงในที่แจ้งถูกแดดเผา เนื้อไม้จะแห้งและเกิดจุดแห้งขึ้นเมื่อไม้ถูกแปรรูปออกเป็นแผ่นจะเห็นรอยผุได้ชัดเจน ตาหนิที่เกิดจากการสูญเสียความชื้นนี้ ยังทาให้เกิดตาหนิในลักษณะต่างๆ กัน เช่น รอยร้าว รอยปริ รอยแตก เป็นต้น 4. ตาหนิที่เกิดจากการใช้เครื่องมือกล (Machine defects) ตาหนิเกิดจากการใช้เครื่องมือกลได้แก่ การแปรรูป การไสกบ ตกแต่ง ก่อนที่จะนาไปใช้ประโยชน์ บางครั้งทาให้เกิดตาหนิขึ้นได้ คือ 4.1 Raised Grain คือลักษณะของเสี้ยนไม้โผล่ขึ้น เมื่อนาไปไสโดยที่ไม้นั้นมีความชื้นทาให้ผิวไม้เกิดเป็นขุยเสี้ยนโผล่ขึ้นมา 4.2 Loosened Grain คือลักษณะเสี้ยนหลุดออกไปเนื่ องจากเครื่องมือกล เช่น กบที่มีใบมีดทื่อ ทาให้ผิวบางตอนเกิดเสี้ยนหลุดออก หรือฉีกขาดออกไป 4.3 Fuzzy Grain ลักษณะที่เกิดจากการไสด้วยกบ เครื่องมือที่มีใบมีดทื่อ ทาให้กลุ่มเสี้ยนหลุดออกมา 4.4 Trow Grain คือลักษณะตาหนิอันเนื่องมาจาการไสด้วยเครื่องและไม้มีความชื้นจึงทาให้ผิวของไม้เกิดเป็นเสี้ยนหนามขึ้นการเลือกไม้ การพิจารณาเลือกไม้เพื่อใช้ในการก่อสร้าง หรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดก็ตาม สิ่งสาคัญที่จะต้องคานึงถึงเป็นสิ่งแรกก็คือ คุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับไม้และการใช้ไม้ ราคา ตลอดจนงบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้เพื่อการนั้น คุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับไม้และการใช้ไม้ดังกล่าวมาแล้วข้างต้น ได้แก่ 1. สภาพแวดล้อมของการใช้ไม้ 2. ความสวยงามของเนื้อไม้ 3. ตาหนิของเนื้อไม้ 4. ความแข็งแรงและความทนทานของไม้ 5. ความง่ายต่อการเลื่อยและไสตกแต่ง สภาพแวดล้อมของการใช้ไม้ หมายถึงสภ าพทั่วไปในที่ซึ่งไม้ถูกนาไปใช้ เช่นใช้กลางแจ้ง ใช้ในร่มหรือใช้กับอาคารที่มีหรือไม่มีระบบป้องกันปลวก ตาหนิในเนื้อไม้นอกจ ากจะทาให้ไม้ขาดความแข็งแรงแล้ว ยังทาให้ไม่สวยงาม ดังนั้นในกรณีที่ต้องการความสวยงาม เช่น การทาเครื่องเรือน ก็จะต้องมี ความพิถีพิถันในการเลือกไม้เป็นพิเศษ ความแข็งแรงและความทนทาน ก็เป็นคุณสมบัติที่สาคัญอีกอันหนึ่ง ที่จะต้องพิจารณาเป็นอันดับแรกในการเลือกไม้สาหรับก่อสร้าง นอกจากนั้นไม้ที่เหมาะต่อการนาม าใช้ก็ควรจะง่ายต่อการเลื่อยและการไสตกแต่งอีกด้วยเช่นกัน คุณสมบัติเหล่านี้นอกจากจะช่วยให้ได้รับประโยชน์จากการใช้งานสูงสุดแล้ว ยังช่วยให้สะดวกต่อการทางานอีกด้วยนายอานาจ ศรีทิม ตาแหน่งครูชานาญการ หน้า 9
  10. 10. ช่างไม้ครุ ภณฑ์ ั บรรณานุกรม ฉวีวรรณ รมยานนท์. คู่มือการเรียนการสอนกลุ่มวิชาการงานอาชีพ งานช่างพื้นฐาน. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช จากัด, 2536. เฉลียว โพธิพิรุฬห์. เทคโนโลยีงานไม้. กรุงเทพฯ : สานักพิมพ์โอเดียนสโตร์, 2533. ชาลี ลัทธิ,วรพงษ์ ลีพรหมมา, ชวิน เป้าอารีย์ และ สุรเดช สุทธาวาทิน. ช่างทั่วไป. กรมอาชีวศึกษา, 2527. ประณต กุลประสูติ. เทคนิคงานไม้. กรุงเทพฯ : อมรินทร์ พริ้นติ้ง จากัด, 2533. วิลาศ กมลลานนท์. คู่มือการเรียนการสอนกลุ่มวิชาการงานและอาชีพ โครงงานช่างไม้ . กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน์, 2533. บทที่ 3 งานไม้ (Wood Word). สืบค้นเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2555, จาก http://www.snru.ac.th/ งานไม้. สืบค้นเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2555, จาก http://www.st.ac.th/engin/wood.html เว็บไซด์ที่ทางานไม้ให้เป็นเรื่องง่าย. สืบค้นเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2555, จาก http://www.thaicarpenter.comนายอานาจ ศรีทิม ตาแหน่งครูชานาญการ หน้า 10
  11. 11. ช่างไม้ครุ ภณฑ์ ั แบบฝึกหัด เรื่อง ช่างไม้ครุภัณฑ์ในท้องถิ่นคาชี้แจง: ให้นักเรียนตอบคาถามต่อไปนี้1. ช่างไม้มีกี่ประเภท อะไรบ้าง จงอธิบาย………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………2. จงยกตัวอย่างประโยชน์ของงานช่างไม้ มาอย่างน้อย 10 ข้อ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………3. ให้นักเรียนอธิบายวิธีการการหรือโคนต้นไม้ที่ถูกวิธี มาพอเข้าใจ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………นายอานาจ ศรีทิม ตาแหน่งครูชานาญการ หน้า 11
  12. 12. ช่างไม้ครุ ภณฑ์ ั4. ให้นักเรียนอธิบายลักษณะ ประโยชน์ของไม้ต่อไปนี้ ไม้เนื้อแข็ง……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ไม้เนื้อปานกลาง……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ไม้เนื้ออ่อน………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………5. สาเหตุที่ทาให้เกิดตาหนิของไม้ (Defects in wood) มีอะไรบ้าง………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………นายอานาจ ศรีทิม ตาแหน่งครูชานาญการ หน้า 12

    Als Erste(r) kommentieren

    Loggen Sie sich ein, um Kommentare anzuzeigen.

Aufrufe

Aufrufe insgesamt

5.064

Auf Slideshare

0

Aus Einbettungen

0

Anzahl der Einbettungen

114

Befehle

Downloads

40

Geteilt

0

Kommentare

0

Likes

0

×