Diese Präsentation wurde erfolgreich gemeldet.
Wir verwenden Ihre LinkedIn Profilangaben und Informationen zu Ihren Aktivitäten, um Anzeigen zu personalisieren und Ihnen relevantere Inhalte anzuzeigen. Sie können Ihre Anzeigeneinstellungen jederzeit ändern.

เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

25.220 Aufrufe

Veröffentlicht am

  • Sex in your area is here: ❤❤❤ http://bit.ly/2ZDZFYj ❤❤❤
       Antworten 
    Sind Sie sicher, dass Sie …  Ja  Nein
    Ihre Nachricht erscheint hier
  • Dating for everyone is here: ♥♥♥ http://bit.ly/2ZDZFYj ♥♥♥
       Antworten 
    Sind Sie sicher, dass Sie …  Ja  Nein
    Ihre Nachricht erscheint hier

เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

  1. 1. เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน (Hearing Impaired Children)
  2. 2. ความรู้ทั่วไปสาหรับบุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ประวัติความเป็นมาด้านการศึกษาสาหรับบุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน การศึกษาสาหรับเด็กหูหนวกในประเทศไทย เริ่มเมื่อปี พ.ศ. 2494 โดย ม.ร.ว.เสริมศรี เกษมศรี ซึ่งสาเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยกอลอเดท (GallaudetCollege) วิทยาลัยทางศิลปศาสตร์แห่งแรก และแห่งเดียวสาหรับคนหูหนวก ได้เปิดหน่วยทดลองสอนคนหูหนวกขึ้นเป็นครั้งแรกที่โรงเรียนวัดโสมนัส การสอนคนหูหนวกในตอนนั้นเป็นการสอนพูดโดยใช้ท่าภาษามือประกอบ ต่อมาคุณหญิงกมลา ไกรฤกษ์ ได้สาเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยเดียวกันมาเป็นครูใหญ่โรงเรียนสอนคนหูหนวกดุสิต (ปัจจุบันคือโรงเรียนเศรษฐเสถียร) ได้รวบรวมภาษามือขึ้นเป็นหนังสือภาษามือไทยขึ้น เพื่อใช้สอนคนหูหนวกในประเทศไทย โดยให้มีการสอนพูดรวมกับการใช้ภาษามือและการสะกดนิ้วมือร่วมกับการอ่านและการเขียนตามปกติ
  3. 3. ความหมาย เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน หมายถึงเด็กหูหนวก และ เด็กหูตึงเด็กหูหนวก เป็นเด็กที่สามารถได้ยินเสียงคนพูดน้อยมาก ใช้เครื่องช่วยฟังก็ไม่ได้ผล ซึ่งเด็กหูตึงเป็นเด็ก ที่สามารถได้ยินเสียงพูดบ้าง แต่ต้องใช้ เครื่องช่วยฟัง ช่วยขยายเสียงให้ชัดเจนขึ้น
  4. 4. สาเหตุที่ทาให้หูพิการมาตั้งแต่เด็กขณะที่แม่ตั้งครรภ์อาจได้รับเชื้อไวรัสหัดเยอรมัน เยื้อหุ้มสมองอักเสบ และซิฟิลิสขณะที่แม่ตั้งครรภ์อาจได้รับสารหรือยาที่เป็นอันตรายกรรมพันธุ์เด็กขาดออกซิเจนเป็นเวลานาน ในขณะทาคลอดเด็กที่ต้องคลอดก่อนกาหนด
  5. 5. ประเภทของเด็กที่มีความบกพร่ องทางการได้ ยน ิ เด็กหูหนวก หมายถึง เด็กที่สูญเสียการได้ยิน 90 เดซิเบลขึ้นไป วัดด้วยเสียงบริสุทธิ์ ณ ความถี่ 500,1000 และ2,000เฮิร์ท ในหูข้างที่ดีกว่า เด็กไม่สามารถใช้การได้ยินให้เป็นประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อาจเป็นผู้ทสูนเสียการได้ยินมาแต่กาเนิดหรือ ี่สูญเสียการได้ยินภายหลังก็ตาม เด็กหูตึง หมายถึง เด็กที่สญเสียการได้ยินระหว่าง 26-89 ูเดซิเบล วัดด้วยเสียงบริสุทธิ์ ณ ความถี่ 500,1000 และ2,000 เฮิร์ทเป็นเด็กที่สูญเสียการได้ยินเล็กน้อยไปจนถึงการสูญเสียการได้ยินขั้นรุนแรง
  6. 6. ระดับการได้ยิน ระดับที่ 1 หูปกติ (ไม่เกิน 25 เดซิเบล)ได้ยินเสียงพูดกระซิบเบา ๆ ระดับที่ 2 หูตึงเล็กน้อย (26-40 เดซิเบล)ไม่ได้ยินเสียงพูดเบา ๆ แต่ได้ยินเสียงพูดปกติ อาจใช้เครื่องช่วยฟังบางโอกาส เช่น เรียนหนังสือ ระดับที่ 3 หูตึงปานกลาง (41-55 เดซิเบล)ไม่ได้ยินเสียงปกติ ต้องพูดดังกว่าปกติจึงจะได้ยินจาเป็นต้องใช้เครื่องช่วยฟังขณะพูดคุย
  7. 7. ระดับที่ 4 หูตึงมาก (56-70 เดซิเบล) พูดเสียงดังแล้วยังไม่ได้ยิน จาเป็นต้องใช้เครื่องช่วยฟังตลอดเวลา ระดับที่ 5 หูตึงรุนแรง (71-90 เดซิเบล) ต้องตะโกนหรือใช้เครื่องขยายเสียงจึงจะได้ยิน แต่ได้ยินไม่ชัด ระดับที่ 6 หูหนวก (91 เดซิเบลขึ้นไป) ตะโกนหรือใช้เครื่องขยายเสียงแล้วยังไม่ได้ยิน และไม่เข้าใจความหมาย
  8. 8. ทาอย่างไรถึงจะรู้ว่าเด็กมีความพิการทางหู จากคาแนะนาของคุณหมอเด็ก จากโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง กล่าวว่า ถ้าอยากจะรู้ว่าเด็กคนนั้นมีความผิดปกติทางหูหรือไม่นน ั้ต้องอาศัยการตรวจอย่างละเอียด อย่างสม่าเสมอ ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 1ขวบ ซึงการตรวจเช็คนันจะมีปัจจัยหลายอย่างที่ทาให้คุณหมอทราบว่าเด็ก ่ ้คนนันมีความพิการทางหูหรือไม่ แต่คุณแม่สามารถสังเกตจากพัฒนาการ ้การได้ยินเสียงของลูกได้ คือ เด็กตั้งแต่แรกเกิด เมื่อได้ยนเสียงดัง เค้าจะ ิผวา อายุ 5 เดือน เค้าก็จะพยายามเปล่งเสียง อ้อ แอ้ เพื่อตอบสนองเวลาเราพูดด้วย และอายุ 9 เดือน ลูกจะพยายามหันมองตามเสียงที่เราเรียกดังนั้น คุณแม่ควรเฝ้าดูและช่วยกระตุ้นพัฒนาการทางการฟังของลูกน้อยโดยเฉพาะอย่างยิ่งควรพาลูกไปรับวัคซีนและพบคุณหมออย่างสม่าเสมอ
  9. 9. วิธีการทีจะช่วยเด็กที่มีความพิการทางหู มี 2 วิธี ่ การฝึกฟัง จะช่วยพัฒนาทักษะในการใช้ประสาทสัมผัส ในส่วนของการได้ยินเสียงที่เหลืออยู่ให้เกิดประโยชน์มากที่สด อุปกรณ์ที่มีวามสาคัญมากที่สุดในการ ุฝึกฟัง คือ เครืองช่วยฟัง ซึงจะทาหน้าที่ขยายเสียงให้ดงขึ้น โดยมีปุ่มสามารถปรับ ่ ่ ัเสียงดังค่อยได้ตามความต้องการ มีอยู่ 4 ประเภท แล้วแต่ความถนัดของผู้ใช้ คือ  เครื่องช่วยฟังแบบใส่ในรูหู  เครื่องช่วยฟังแบบทัดหู  เครื่องช่วยฟังแบบติดกระเป๋าเสื้อ  เครื่องช่วยฟังแบบแว่นตา การฝึกพูด เพื่อส่งเสริมให้เด็กเข้าใจในภาษาพูด และสามารถสื่อสารกับ ผู้อื่นได้
  10. 10. กระบวนการแบบสองภาษา กระบวนการแบบสองภาษา เป็นการจัดการเรียนการสอนรูปแบบหนึ่งสาหรับเด็กหูหนวก ทาการสอนโดยครู 2 คน คือ ครูหูหนวก และครูที่มีการ ได้ยิน โดยครูหูหนวกจะเป็นแบบอย่างของการใช้ภาษามือ เป็นผู้ที่ถ่ายทอดความรู้ประสบการณ์ วิถีชีวิตของคนหูหนวกให้กับเด็กหูหนวก และครูที่มีการได้ยินจะเป็นแบบอย่างของการใช้ภาษาไทย ทั้งการเขียนการอ่าน และการพูด โดยเด็กหูหนวกจะต้องเรียนภาษามือที่สอนโดยครูหูหนวก เป็นภาษาแรกให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ จนเด็กสามารถใช้ภาษามือได้อย่างดี และเรียนรู้ภาษาไทยเป็นภาษาที่สองโดยครูที่มีการได้ยิน ซึ่งการสอนภาษาโดยใช้วิธีการสอนแบบภาษาที่สอง โดยใช้ภาษามือไทยเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ภาษาไทย การสอนภาษาไทยจะสอนจากการเขียนการอ่าน หรือการพูด ขึ้นอยู่กับเด็กแต่ละคน สาหรับเด็กโต บางวิชาอาจจะสอนด้วยภาษามือโดยครูหูหนวก เช่น วิชา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสังคม โดยใช้เทคนิค การสอนที่ตอบสนองความต้องการและสอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนหูหนวก
  11. 11. ปัจจุบันการจัดการศึกษาสาหรับบุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยินในประเทศไทย มี 2 แบบคือ 1. การจัดการศึกษาพิเศษ ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการตั้งแต่ระดับชันเด็กเล็กประถมศึกษา และมัธยมศึกษา ใช้หลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีการปรับปรุงให้เหมาะสมเพียงเล็กน้อย 2. จัดการเรียนร่วมกับคนปกติ จัดให้เข้าเรียนในโรงเรียนเดียวกับเด็กปกติ โดยมีครูพิเศษช่วยเหลือในด้านภาษาและการสื่อสาร
  12. 12. สมาชิกกลุ่ม1. นายคณิต คนคม รหัสนักศึกษา 531814001062. นางสาวปรางทิพย์ นามปวน รหัสนักศึกษา 531814001233. นางสาวสุพัตรา ปานาม รหัสนักศึกษา 531814001434. นางสาวสุมนทร์ตรา ิ แจ่มใส รหัสนักศึกษา 53181400144 สาขาวิชา คณิตศาสตร์ กลุ่ม 1

×