Diese Präsentation wurde erfolgreich gemeldet.
Wir verwenden Ihre LinkedIn Profilangaben und Informationen zu Ihren Aktivitäten, um Anzeigen zu personalisieren und Ihnen relevantere Inhalte anzuzeigen. Sie können Ihre Anzeigeneinstellungen jederzeit ändern.
ปญหาที่พบบอยในระบบทางเดินหายใจภาวะการหายใจลมเหลว(Respiratory Failure)เปนภาวะที่ระบบหายใจไมสามารถทําหนาที่ระบายอากาศแ...
ซึ่งเกณฑที่ใชในการวินิจฉัยจากผล ABG วามีภาวะหายใจลมเหลวคือ (สุจินดา ริมศรีทอง, 2545 อางถึงใน McCane,1998) PaO2 < 50-6...
ชนิดของภาวะการหายใจลมเหลว*แบงตามระยะเวลาของการเริ่มตนการเกิด สามารถแบงไดเปน 2 ชนิดคือ 1.การหายใจลมเหลวอยางเฉียบพลั...
2. การหายใจลมเหลวอยางเรื้อรัง (Chronic  respiratory failure) หมายถึง ภาวะที่มีการพรองของ  ออกซิเจนในเลือดแดง และคารบอน...
* แบงตามกลไกการเกิดและคาของกาซในเลือดแดงสามารถแบงไดเปน 2 ชนิดคือ1. การถายออกซิเจนลมเหลว (Oxygenation 5failure/ typ...
2.การระบายอากาศลมเหลว (Ventilatory failure/hypercapnic respiratory failure/type II respiratory failure/pump failure) เกิด...
สาเหตุของภาวะการหายใจลมเหลว1.ความผิดปกติที่ปอด ไดแก  1.1 Obstructive pulmonary function เชน ผูปวยที่มี   asthma อยา...
1.3 ความผิดปกติของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงปอด เชน   มี pulmonary embolism2.ความผิดปกติที่ชองทรวงอกและเยื่อหุมปอด เชนchest ...
4. ความผิดปกติของระบบประสาท และกลามเนื้อ เชน บาดทะยัก โปลิโอ การบาดเจ็บของไขสันหลัง MyastheniaGravis, Guillain Barre Syn...
อาการและอาการแสดงเมื่อมีภาวะการหายใจลมเหลวอาการและอาการแสดงที่พบจะเปนการปรับตัวชดเชยของอวัยวะตางๆตอภาวะ Hypoxemia คือ ...
2.Cardiovascular system : ชีพจรเตนเร็ว ความดันโลหิตสูง อาจมีการเตนของหัวใจผิดจังหวะ(arrhythmia) และ ระยะทายมี Hypotensi...
4.Hematologic effect : เม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้น(Polycytemia) เพื่อเพิ่มออกซิเจนในเลือด ซึ่งตอมาเลือดจะหนืดมากขึ้น5.Acid-base...
การรักษา มีหลักการดังนี้1.ใหเนื้อเยื่อไดรับออกซิเจนอยางเพียงพอ โดยมี วิธีคือ  1.1 ให O2 เพื่อแกไขภาวะ Hypoxemia  1.2 ...
2.การรักษาโรคหรือสาเหตุที่ทาใหเกิด                            ํภาวะการหายใจลมเหลว เชน ในรายที่ปอดอักเสบตองใหยาปฏิชีวน...
การพยาบาลผูปวยที่มีปญหา       ระบบทางเดินหายใจ การประเมินผูปวยระบบทางเดินหายใจ การวางแผนการพยาบาล
การวางแผนการพยาบาล จากการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวของพบวาขอวินิจฉัยการพยาบาลทีพบบอยในการ                             ่ดู...
  (เสี่ยงตอ) การอุดกั้นทางเดินหายใจ   (Ineffective airway clearance เนื่องจาก   * รางกายสรางเสมหะมาก   * มีภาวะติดเชื้...
กิจกรรมการพยาบาล1.เพิ่มความสามารถในการขับเสมหะของ pt. โดย 1.1 การฝกไอ (coughing exercise) 1.2 การทํากายภาพบําบัดทางเดินหา...
   เสี่ยงตอภาวะเนื้อเยื่อขาดออกซิเจน   เนื่องจาก– ประสิทธิภาพในการแลกเปลียนกาซที่ปอด                               ่  ล...
วัตถุประสงค เพื่อปองกันภาวะเนื้อเยื่อขาดออกซิเจน/ เพื่อใหรางกายไดรับออกซิเจนอยางเพียงพอกิจกรรมการพยาบาล 1.ประเมินอาก...
5.ดูแลทางเดินหายใจใหโลง โดยการ suction/ ใสทอขวางปาก(oral airway) ในรายที่ลิ้นตก6.การฝกไอ (coughing exercise)7.การทําก...
9.ดูแลชวยเหลือในการทํากิจกรรม10.ดูแลให pt. พักผอน11.ดูแลใหไดรับน้ําและอาหารอยางเพียงพอ12.ดูแลการไดรับยาตามแผนการรัก...
เสี่ยงตอการติดเชื้อ       ของระบบทางเดินหายใจวัตถุประสงคปองกันการติดเชื้อของระบบหายใจกิจกรรมการพยาบาล1.ประเมินอาการและอ...
3.ในกรณีที่ pt.ไดรับการรักษาโดยการใชเครื่องชวยหายใจทอระบายทรวงอกหรือหลอดลมคอ ควรใหการพยาบาลตามหลักเทคนิค (Sterile/ as...
7. แนะนําให pt. รักษาสุขภาพโดย * ฝกนิสัยการรับประทานอาการใหเหมาะกับโรค และ รับประทานอาหารที่เปนประโยชนตอรางกาย หลีก...
   เจ็บหนาอกวัตถุประสงคอาการเจ็บหนาอกเมื่อออกกําลังกายลดลงกิจกรรมการพยาบาลให pt.งดออกกําลังกาย และพักผอนใหมากขึ้น ร...
วัตถุประสงคอาการเจ็บหนาอกเนื่องมาจากการอักเสบของเยื่อหุมปอดลดลงกิจกรรมการพยาบาลแนะนําให pt. นอนทับขางที่อักเสบเพราะจะ...
วัตถุประสงคอาการเจ็บหนาอกเนื่องจากการไอบรรเทาลงกิจกรรมการพยาบาลกระตุนให pt.ไออยางมีประสิทธิภาพ หากดื่มน้ําไดใหดื่มน...
  มีความไมสุขสบายของรางกายจากการ  หายใจลําบากวัตถุประสงคpt.มีความสุขสบายและผอนคลายทั้งรางกายและจิตใจกิจกรรมการพยาบาล...
3.งดใชแปงฝุนในการนวดหลังเพราะจะระคายเคืองระบบหายใจ ทําใหหายใจลําบากได4.เปลี่ยนทานอนเพื่อใหหายใจไดสะดวกขึ้น5.จัดสิ่...
  เสี่ยงตอการกลับเปนซ้ําของโรควัตถุประสงคปองกันการกลับเปนซ้ําของโรคกิจกรรมการพยาบาล 1.วางแผนรวมกับ pt. เกี่ยวกับการ...
3.แนะนําให pt.อยูในที่ที่อากาศถายเทดี อบอุน และหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิแวดลอมโดยกะทันหัน4.ในการ breathing exe...
6.แนะนําให pt.รักษาความสะอาดของปากฟนอยางสม่ําเสมอ เพื่อปองกันการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ7.สอนให pt.รูจักสังเกตตนเ...
   วิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะของโรควัตถุประสงคเพื่อลดความวิตกกังวลของผูปวยกิจกรรมการพยาบาล1.สรางสัมพันธภาพที่ดีตอผูปวย...
2.อธิบายใหผูปวยและญาติเขาใจถึงการดําเนินของโรคตลอดจนการรักษาโรคที่เปนอยู ควรจะแนะนําใหผูปวยทราบถึงความรุนแรงของโร...
- บอกให pt.ผอนคลายรางกายตังแตศีรษะ                                 ้จนถึงเทาโดยให pt.นึกถึงความอบอุนที่รูสึกไดบริ...
6.ประเมินความสัมพันธภายในครอบครัวของ pt.เพื่อใหคําแนะนําแกสมาชิกครอบครัวและเกิดการยอมรับซึ่งกันและกัน ซึ่งจะชวยลดความว...
การเคลื่อนย้ ายผู้ป่วยที่มีปัญหาทางระบบหายใจผู้ป่วยทีมปัญหาทางระบบหายใจ มีอาการดังนี้         ่ ี1.อัตราหายใจมากกว่า 30 คร...
ข้ันตอนการเคลอนย้าย             ื่1.แจ้งหน่วยงานที่จะรับผูป่วยทราบถึงสภาพผูป่วย                            ้              ...
THE END
การพยาบาลผู้ป่วยที่มีปัญหา ของระบบทางเดินหายใจ
Nächste SlideShare
Wird geladen in …5
×

การพยาบาลผู้ป่วยที่มีปัญหา ของระบบทางเดินหายใจ

212.739 Aufrufe

Veröffentlicht am

Veröffentlicht in: Gesundheit & Medizin
  • Als Erste(r) kommentieren

การพยาบาลผู้ป่วยที่มีปัญหา ของระบบทางเดินหายใจ

  1. 1. ปญหาที่พบบอยในระบบทางเดินหายใจภาวะการหายใจลมเหลว(Respiratory Failure)เปนภาวะที่ระบบหายใจไมสามารถทําหนาที่ระบายอากาศและแลกเปลี่ยนกาซไดเพียงพอกับความตองการของรางกายจะมีระดับออกซิเจนในเลือดแดง (PaO2) ต่ํากวาปกติ และ/หรือ คารบอนไดซในเลือด (PaCo2) สูงกวาปกติและรางกายมีความเปนกรดมากขึ้น
  2. 2. ซึ่งเกณฑที่ใชในการวินิจฉัยจากผล ABG วามีภาวะหายใจลมเหลวคือ (สุจินดา ริมศรีทอง, 2545 อางถึงใน McCane,1998) PaO2 < 50-60 mm.Hg PaCo2 > 50 mm.Hg PH < 7.25การรักษา ควรไดรับการบริหารดวยออกซิเจน ระยะเฉียบพลัน PaO2 <60 mmHg + SaO2 < 90% ระยะเรื้อรัง PaO2 <60 mmHg
  3. 3. ชนิดของภาวะการหายใจลมเหลว*แบงตามระยะเวลาของการเริ่มตนการเกิด สามารถแบงไดเปน 2 ชนิดคือ 1.การหายใจลมเหลวอยางเฉียบพลัน (Acute respiratory failure) คือ ภาวะที่มีการพรองของ ออกซิเจนในเลือดแดง (Hypoxemia) โดยมี PaO2 ต่ํากวา 50 มม.ปรอท หรือคารบอนไดออกไซดคั่ง (Hypercapnia) โดยมี PaCo2 สูงกวา 50 มม.ปรอท เกิดขึ้นอยางรวดเร็ว
  4. 4. 2. การหายใจลมเหลวอยางเรื้อรัง (Chronic respiratory failure) หมายถึง ภาวะที่มีการพรองของ ออกซิเจนในเลือดแดง และคารบอนไดออกไซดสูงขึ้น อยางคอยเปนคอยไป โดยเกิดหลัง 48-72 ชม. รางกาย สามารถปรับชดเชยโดยการสรางเม็ดเลือดแดงเพิมขึ้น ่ และไตชดเชยภาวะการเปนกรดดางของรางกายโดยการ เก็บคารบอเนตไวเพิมขึ้น มีผลให HCO3 – ่ ในเลือดสูงขึ้น
  5. 5. * แบงตามกลไกการเกิดและคาของกาซในเลือดแดงสามารถแบงไดเปน 2 ชนิดคือ1. การถายออกซิเจนลมเหลว (Oxygenation 5failure/ type Irespiratory failure/ non-hypercapnic type) คือ ภาวะหายใจลมเหลวที่เกิดจากความผิดปกติของการแลกเปลี่ยนกาซ เนื่องจากความผิดปกติของเนื้อปอดและหลอดเลือดปอด ซึ่งมีผลใหระดับออกซิเจนในเลือดแดงลดลง แตไมมีการคั่งของ CO2 เนื่องจากรางกายปรับสภาพโดยการเพิ่มการระบายอากาศในถุงลมสวนอื่นที่ปกติ
  6. 6. 2.การระบายอากาศลมเหลว (Ventilatory failure/hypercapnic respiratory failure/type II respiratory failure/pump failure) เกิดจากการระบายอากาศนอยกวาปกติ อากาศไมสามารถกระจายไปยังทุกถุงลมอยางสม่ําเสมอ การระบายอากาศจึงไมเพียงพอ สําหรับการแลกเปลี่ยนกาซมีการคั่งของCO2 ในเลือด เกิดการพรองออกซิเจนเนื่องจากไดรบ O2 นอย ัและถูกเจือจางโดย CO2 ที่มีจํานวนมาก มีสาเหตุจากความผิดปกติของศูนยหายใจ โรคของกลามเนื้อและประสาท ความผิดปกติของทรวงอก เปนผลใหการระบายอากาศถุงลมลดลง
  7. 7. สาเหตุของภาวะการหายใจลมเหลว1.ความผิดปกติที่ปอด ไดแก 1.1 Obstructive pulmonary function เชน ผูปวยที่มี asthma อยางรุนแรง โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง สิ่ง แปลกปลอมอุดกั้นหลอดลม 1.2 Restrictive pulmonary function เชน ปอดอักเสบ (pneumonia) น้ําทวมปอด (pulmonary edema) ปอด แฟบ (atelectasis)
  8. 8. 1.3 ความผิดปกติของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงปอด เชน มี pulmonary embolism2.ความผิดปกติที่ชองทรวงอกและเยื่อหุมปอด เชนchest injury การไดรับการผาตัดชองทรวงอก3.ความผิดปกติที่ระบบประสาทสวนกลาง เชน ศูนยควบคุมการหายใจถูกกด สมองไดรับบาดเจ็บ สมองขาดเลือดไปเลี้ยง สมองอักเสบ
  9. 9. 4. ความผิดปกติของระบบประสาท และกลามเนื้อ เชน บาดทะยัก โปลิโอ การบาดเจ็บของไขสันหลัง MyastheniaGravis, Guillain Barre Syndrome5.ความผิดปกติของระบบหัวใจและหลอดเลือด เชน Shock, Left side heart failure
  10. 10. อาการและอาการแสดงเมื่อมีภาวะการหายใจลมเหลวอาการและอาการแสดงที่พบจะเปนการปรับตัวชดเชยของอวัยวะตางๆตอภาวะ Hypoxemia คือ 1.Respiratory system : หายใจเร็ว หายใจลําบาก แตในระยะทายจะมีอาการหายใจเบาตื้น ชาลง จนกระทั่งหยุดหายใจ และ มีอาการเขียว
  11. 11. 2.Cardiovascular system : ชีพจรเตนเร็ว ความดันโลหิตสูง อาจมีการเตนของหัวใจผิดจังหวะ(arrhythmia) และ ระยะทายมี Hypotension3.Central nervous system : ระดับความรูสึกตัวเปลี่ยนไป สับสน ไมมีสมาธิกระสับกระสาย ถามีภาวะ Hypoxemia รุนแรงมากขึ้นผูปวยจะซึมลงและไมรูสึกตัว และ มีอาการแสดงของ Hypercapnia คือปวดศีรษะ ผิวหนังแดงอุน ซึมลง ชัก และ ไมรูสึกตัวได
  12. 12. 4.Hematologic effect : เม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้น(Polycytemia) เพื่อเพิ่มออกซิเจนในเลือด ซึ่งตอมาเลือดจะหนืดมากขึ้น5.Acid-base balance : เมื่อมีภาวะHypoxemia รุนแรงมากขึ้น เลือดมีภาวะเปนกรดมากขึ้น จะกระตุนการหายใจเร็วขึ้นเปนการชดเชย (compensate) ลดความเปนกรด
  13. 13. การรักษา มีหลักการดังนี้1.ใหเนื้อเยื่อไดรับออกซิเจนอยางเพียงพอ โดยมี วิธีคือ 1.1 ให O2 เพื่อแกไขภาวะ Hypoxemia 1.2 แกไขภาวะอุดกั้นในหลอดลม 1.3 การแกไขภาวะ Alveolarhypoventilation
  14. 14. 2.การรักษาโรคหรือสาเหตุที่ทาใหเกิด ํภาวะการหายใจลมเหลว เชน ในรายที่ปอดอักเสบตองใหยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม3.การรักษาตามอาการ เชน การใหอาหารและน้ําอยางเพียงพอ
  15. 15. การพยาบาลผูปวยที่มีปญหา ระบบทางเดินหายใจ การประเมินผูปวยระบบทางเดินหายใจ การวางแผนการพยาบาล
  16. 16. การวางแผนการพยาบาล จากการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวของพบวาขอวินิจฉัยการพยาบาลทีพบบอยในการ ่ดูแลผูปวยที่มีปญหาในระบบทางเดินหายใจมีทั้งปญหาจริง (Actual problems) และปญหาเสี่ยง (Potential problems) ดังนี้
  17. 17.  (เสี่ยงตอ) การอุดกั้นทางเดินหายใจ (Ineffective airway clearance เนื่องจาก * รางกายสรางเสมหะมาก * มีภาวะติดเชื้อหรือภาวะขาดน้ํา * ไอไมมีประสิทธิภาพวัตถุประสงค เพื่อเพิ่มความสามารถในการขับเสมหะ และปองกันไมเกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจ
  18. 18. กิจกรรมการพยาบาล1.เพิ่มความสามารถในการขับเสมหะของ pt. โดย 1.1 การฝกไอ (coughing exercise) 1.2 การทํากายภาพบําบัดทางเดินหายใจ (chest physical therapy) เชน percussion, vibration, postural drainage 1.3 การดูดเสมหะ (tracheal suction) 1.4 การใหละอองไอน้ําและความชื้น (dilivery of humidity or aerosol therapy)
  19. 19.  เสี่ยงตอภาวะเนื้อเยื่อขาดออกซิเจน เนื่องจาก– ประสิทธิภาพในการแลกเปลียนกาซที่ปอด ่ ลดลงจากพยาธิสภาพของโรคปอดอักเสบ/ ARDS/ COPD- ผูปวยมีความจําเปนตองไดรับยากดศูนยหายใจ เพื่อการรักษา
  20. 20. วัตถุประสงค เพื่อปองกันภาวะเนื้อเยื่อขาดออกซิเจน/ เพื่อใหรางกายไดรับออกซิเจนอยางเพียงพอกิจกรรมการพยาบาล 1.ประเมินอาการและอาการแสดงของภาวะขาด O2 2.วัด V/S / O2 sat 3.ดูแลใหไดรับ O2 และ หมั่นตรวจขวดรับน้ํา/Respirator 4.จัดให pt.นอนในทาศีรษะสูง (Fowler’s position)
  21. 21. 5.ดูแลทางเดินหายใจใหโลง โดยการ suction/ ใสทอขวางปาก(oral airway) ในรายที่ลิ้นตก6.การฝกไอ (coughing exercise)7.การทํากายภาพบําบัดทางเดินหายใจ(Chest physical therapy) เชน percussion, vibration, postural drainage8.เปลี่ยนทานอนใหผปวยทุก 1-2 ชม. ู
  22. 22. 9.ดูแลชวยเหลือในการทํากิจกรรม10.ดูแลให pt. พักผอน11.ดูแลใหไดรับน้ําและอาหารอยางเพียงพอ12.ดูแลการไดรับยาตามแผนการรักษา (Bronchodilator/ Diuretic/ Antibiotic)13.ติดตามและประเมินเปรียบเทียบคา ABG
  23. 23. เสี่ยงตอการติดเชื้อ ของระบบทางเดินหายใจวัตถุประสงคปองกันการติดเชื้อของระบบหายใจกิจกรรมการพยาบาล1.ประเมินอาการและอาการแสดงของการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ 2.วัด V/S
  24. 24. 3.ในกรณีที่ pt.ไดรับการรักษาโดยการใชเครื่องชวยหายใจทอระบายทรวงอกหรือหลอดลมคอ ควรใหการพยาบาลตามหลักเทคนิค (Sterile/ aseptic)4.เปลี่ยนทานอนทุก 1-2 ชม. เพื่อปองกันมิใหเสมหะคั่ง5.การทํากายภาพบําบัดทางเดินหายใจ (chest physicaltherapy) เชน percussion, vibration, postural drainage6.ในกรณีมีเสมหะชวยดูดเสมหะ (suction)
  25. 25. 7. แนะนําให pt. รักษาสุขภาพโดย * ฝกนิสัยการรับประทานอาการใหเหมาะกับโรค และ รับประทานอาหารที่เปนประโยชนตอรางกาย หลีกเลี่ยง อากาศที่เย็นจัด/ รอนจัด * รักษาชองปาก ฟน ใหสะอาดอยูเสมอ เพื่อปองกันการ ติดเชื้อของทางผานอากาศหายใจ * พักผอนและออกกําลังกายอยางสม่ําเสมอ * แนะนําให pt.หลีกเลี่ยงการเขาใกลผูที่เปนโรคติดเชื้อ ระบบทางเดินหายใจ8.ดูแลใหไดรับยาปฏิชีวนะตามแผนการรักษา9.ติดตามผลตรวจทางหองปฏิบัติการ เชน wbc, sputum gramstain/ culture
  26. 26.  เจ็บหนาอกวัตถุประสงคอาการเจ็บหนาอกเมื่อออกกําลังกายลดลงกิจกรรมการพยาบาลให pt.งดออกกําลังกาย และพักผอนใหมากขึ้น ระยะเวลาการพักผอนจะมากนอยเพียงใดขึ้นอยูกับสาเหตุ พยาธิสภาพและความรุนแรงของโรค เมื่ออาการเจ็บหนาอกลดลงหรือหายไปจึงเริ่มออกกําลังกายใหม การเริ่มออกกําลังกายควรกระทําทีละนอยและคอยๆ เพิ่มเวลามากขึ้น
  27. 27. วัตถุประสงคอาการเจ็บหนาอกเนื่องมาจากการอักเสบของเยื่อหุมปอดลดลงกิจกรรมการพยาบาลแนะนําให pt. นอนทับขางที่อักเสบเพราะจะชวยลดการเคลื่อนไหวของปอดและเยื่อหุมปอด หากยังคงเจ็บปวดและไมไดพักผอนควรใหยาแกปวดตามแผนการรักษา และสังเกตผลขางเคียงของยาทุกครัง ้
  28. 28. วัตถุประสงคอาการเจ็บหนาอกเนื่องจากการไอบรรเทาลงกิจกรรมการพยาบาลกระตุนให pt.ไออยางมีประสิทธิภาพ หากดื่มน้ําไดใหดื่มน้ําอุนๆ อมกลั้วคอ (หากไมมีขอหามดื่มประมาณ 2000-3000 cc/ day) เพื่อละลายเสมหะและไอออกมาไดงายและทําความสะอาดปากหลังบวนเสมหะ ในรายที่ไมมีเสมหะควรใหยาแกไอเพื่อชวยบรรเทาอาการไอ
  29. 29.  มีความไมสุขสบายของรางกายจากการ หายใจลําบากวัตถุประสงคpt.มีความสุขสบายและผอนคลายทั้งรางกายและจิตใจกิจกรรมการพยาบาล1.แนะนําให pt.หายใจแบบหอปาก (pursed lips breathing)2.นวดหลัง เพื่อให pt.รูสึกสบายและกระตุน ใหโลหิตไหลเวียนสะดวกขึ้น
  30. 30. 3.งดใชแปงฝุนในการนวดหลังเพราะจะระคายเคืองระบบหายใจ ทําใหหายใจลําบากได4.เปลี่ยนทานอนเพื่อใหหายใจไดสะดวกขึ้น5.จัดสิ่งแวดลอมใหเงียบ สะอาด ปลอดโปรงเพื่อให pt.พักผอนและลดการใช O2 ของรางกาย6.ดูแลใหไดรับยาตามแผนการรักษา
  31. 31.  เสี่ยงตอการกลับเปนซ้ําของโรควัตถุประสงคปองกันการกลับเปนซ้ําของโรคกิจกรรมการพยาบาล 1.วางแผนรวมกับ pt. เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพของตนใหแข็งแรงอยูเสมอ โดยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน ออกกําลังกายสม่ําเสมอ และพักผอนอยางเพียงพอ2.แนะนําให pt.หลีกเลี่ยงการเขาใกลผูที่เปนโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ
  32. 32. 3.แนะนําให pt.อยูในที่ที่อากาศถายเทดี อบอุน และหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิแวดลอมโดยกะทันหัน4.ในการ breathing exercise แตละครั้ง ฝกให pt. สูดหายใจเขาลึกๆ ติดตอกันอยางนอย10-20 ครั้ง ทําเปนกิจวัตรประจําวันเชา-เย็น เพื่อความแข็งแรงของปอด หรือ อาจใชวิธีการเปาลูกโปงก็ได5.ในกรณีมีเสมหะ ควรฝกใหมีการไออยางมีประสิทธิภาพ
  33. 33. 6.แนะนําให pt.รักษาความสะอาดของปากฟนอยางสม่ําเสมอ เพื่อปองกันการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ7.สอนให pt.รูจักสังเกตตนเองเกี่ยวกับอาการเหนื่อยหอบ หายใจลําบาก ลักษณะสีเล็บมือ เล็บเทา ถามีความผิดปกติควรมาพบแพทย8.เนนให pt.เห็นความสําคัญของการมาตรวจตามแพทยนัด เพื่อการรักษาพยาบาลจะไดตอเนื่อง
  34. 34.  วิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะของโรควัตถุประสงคเพื่อลดความวิตกกังวลของผูปวยกิจกรรมการพยาบาล1.สรางสัมพันธภาพที่ดีตอผูปวยโดยปลอบโยนใหกําลังใจดวยทาทางเปนกันเอง ยิ้มแยมแจมใส ใหความเอาใจใส หมั่นตรวจเยี่ยม ฯลฯ เพื่อให pt.เกิดความรูสึกอบอุนและไววางใจ
  35. 35. 2.อธิบายใหผูปวยและญาติเขาใจถึงการดําเนินของโรคตลอดจนการรักษาโรคที่เปนอยู ควรจะแนะนําใหผูปวยทราบถึงความรุนแรงของโรคและประโยชนของการรักษา เพื่อคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับสภาพความเปนอยูของตน3.เปดโอกาสใหผูปวยและญาติซักถามขอสงสัยและอธิบายเพิ่ม4.ฝกการผอนคลายใหแก pt. โดย - จัดทาให pt.อยูในทาที่สบาย - ให pt.สูดหายในเขาชาๆ ลึกๆ และหายใจออกชาๆทําประมาณ 2-3 ครั้ง
  36. 36. - บอกให pt.ผอนคลายรางกายตังแตศีรษะ ้จนถึงเทาโดยให pt.นึกถึงความอบอุนที่รูสึกไดบริเวณปลายมือและปลายเทา - แนะนําให pt. ทําสมาธิ5.จัดกิจกรรมพิเศษหรืองานอดิเรกเบาๆที่ไมขัดกับโรคให pt.ทําเพื่อเบนความสนใจไปจากความทุกขทรมานจากความเจ็บปวย
  37. 37. 6.ประเมินความสัมพันธภายในครอบครัวของ pt.เพื่อใหคําแนะนําแกสมาชิกครอบครัวและเกิดการยอมรับซึ่งกันและกัน ซึ่งจะชวยลดความวิตกกังวลของ pt.ไดสวนหนึ่ง7.จัดสิ่งแวดลอมใหเงียบ สะอาด ปลอดโปรงเพื่อให pt.รูสึกผอนคลายและพักผอนได
  38. 38. การเคลื่อนย้ ายผู้ป่วยที่มีปัญหาทางระบบหายใจผู้ป่วยทีมปัญหาทางระบบหายใจ มีอาการดังนี้ ่ ี1.อัตราหายใจมากกว่า 30 คร้ ัง/นาที2. หอบเหนื่อย ใชกลามเน้ือบริเวณคอและทรวงอกในการหายใจ ้ ้3.ตองไดรับออกซิเจน ้ ้4.ใส่ ท่อช่วยหายใจ5.ภาวะความดันโลหิ ตตํ่า6.มีโอกาสเกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจ ้ ่7.หยดหายใจหรือหายใจนอยกวา 8 คร้ ัง/ นาที หรื อ ต้องช่วยหายใจ ุ
  39. 39. ข้ันตอนการเคลอนย้าย ื่1.แจ้งหน่วยงานที่จะรับผูป่วยทราบถึงสภาพผูป่วย ้ ้ ่2.เตรี ยมผูป่วยให้อยูในสภาพที่เหมาะสมก่อนการเคลื่อนย้าย หากไม่พร้อม ้ ควรแกไขหรือ**ให้การรักษาก่อน เช่น การหายใจช้า/ไม่หายใจ,ความดน ้ ั โลหิ ตตํ่า,ภาวะpneumothorax/hemothorax3.เฝ้ าระวงและใหการรักษาต่อเนื่องตลอดเวลาที่เคลื่อนยาย สัญญาณชีพ,ยา, ั ้ ้ นํ้าเกลือ4.ป้ องกันอันตรายจากการเคลื่อนย้ายโดยเฉพาะผูป่วยที่ไม่รู้สึกตัว ้5.ผูป่วยที่ใส่ chest drain ควรดูแลใหเ้ หมาะสมไม่ควรclamp สายตลอดเวลา ้6.มีบุคลากรที่เหมาะสมไปกบผป่วยั ู้7.เมื่อเคลื่อนยายไปถึงหน่วยงานใหม่แลว ควรตรวจวดสัญญาณชีพทนที ้ ้ ั ั
  40. 40. THE END

×