Diese Präsentation wurde erfolgreich gemeldet.
Wir verwenden Ihre LinkedIn Profilangaben und Informationen zu Ihren Aktivitäten, um Anzeigen zu personalisieren und Ihnen relevantere Inhalte anzuzeigen. Sie können Ihre Anzeigeneinstellungen jederzeit ändern.
7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief1 | P a g e“7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง”                        “T...
7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief2 | P a g e “ฉันได้ประโยชน์อะไรบ้าง”  ในสมัยทีคนทํางานด้วยการใช้ความรู้  เ...
7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief3 | P a g eจากภายในออกสู่ภายนอกจรรยาบรรณคุณลักษณะกับจรรยาบรรณบุคลิกภาพ  (Ch...
7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief4 | P a g eความยิงใหญ่ปฐมภูมิ  (Primary) และทุติยภูมิ (Secondary)องค์ประกอบ...
7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief5 | P a g eการตีความสิงทีเห็น  สิงทีได้ยินขึนอยู่กับสถานการณ์ทีฝังอยู่ในใจข...
7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief6 | P a g e“วิธีปฏิบัติ”  นันเป็นการจัดการสถานการณ์เฉพาะเจาะจงของหลักการ  แ...
7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief7 | P a g eหากต้องการทีจะสานสัมพันธ์กับภรรยา  สามี  ลูก  เพือนหรือเพือนร่วม...
7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief8 | P a g e“ระดับความคิด”  คือ  เนือหาใน  7 อุปนิสัย สําหรับผู้ทรงประสิทธิผ...
7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief9 | P a g eเปลียนแปลงเล็กๆน้อยๆในชีวิต  การพยายามดินให้หลุดจําเป็นต้องใช้พล...
7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief10 | P a g eกระบวนการนีทําให้เกิดความสุข  “วัตถุประสงค์และรูปแบบแห่งการดําร...
7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief11 | P a g eการพึงพาซึงกันและกันเป็นทางเลือกทีมีเพียงผู้ทีพึงตนเองเท่านันที...
7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief12 | P a g eสินทรัพย์    3 ประเภทสินทรัพย์แบ่งเป็น  3 ประเภท  คือ  ทางกายภา...
7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief13 | P a g eการรักษาสมดุล  P/PC กับสุขอนามัยและความสุขสบายของท่าน  โดยมากจะ...
7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief14 | P a g eอุปนิสัยที 1: โปรแอกทีฟหลักการแห่งวิสัยทัศน์ส่วนบุคคล  (Persona...
7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief15 | P a g eด้วยสภาพแวดล้อม  เราอาจกล่าวโทษว่า  โดนเจ้านายรังแก  คู่สมรสไม่...
7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief16 | P a g eอย่างไรก็ตาม  คนโปรแอกทีฟยังอยู่ในอิทธิพลของสิงเร้าจากภายนอก  ไ...
7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief17 | P a g eคนทีได้ตําแหน่งงานดีๆสูงๆ  มักจะเป็นผู้ริเริมรับผิดชอบในเชิงรุก...
7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief18 | P a g eความรักเป็นค่านิยมทีสามารถจะทําให้เป็นจริง  จับต้องได้ผ่านการแส...
7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief19 | P a g eทางตรง  โดยอ้อม  หรือไม่อาจควบคุมได้ปัญหาทีเราพบแบ่งออกเป็น  3 ...
7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief20 | P a g eระหว่างคําว่า  “มี”  กับคําว่า  “เป็น”ขอบเขตแห่งความกังวลสามารถ...
7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief21 | P a g eอีกปลายหนึงของท่อนไม้แม้เราจะมีอิสรภาพในการเลือกการกระทําของเรา...
7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief22 | P a g eในเวลาทีคุณทําผิดพลาด  ให้ยอมรับอย่างไม่อิดออด  แล้วพยายามแก้ไข...
7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief23 | P a g eอุปนิสัยที 2: เริมต้นด้วยจุดหมายในใจหลักการแห่งภาวะผู้นําส่วนบุ...
7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief24 | P a g eยกตัวอย่างการสร้างบ้าน  คุณจะวาดภาพในใจ  แล้วเขียนออกมาเป็นแบบแ...
7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief25 | P a g eเมือไหร่ทีเราได้รับรู้ถึงปณิธาน  เราก็จะได้ทราบถึงแก่นของภาวะโป...
7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief26 | P a g eเต็มที  ถ้าคุณมองผ่านกรอบความคิดของ  “หลักการ”  ทีถูกต้อง  คุณจ...
7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief27 | P a g eตนเอง  ให้อํานาจความเชือมันทีจะเ รี ย น รู้ เ พิ ม เ ติ ม  ดังน...
7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief28 | P a g eหนึงในปัญหาสําคัญในองค์กร  รวมทังครอบครัวก็คือ  ผู้คนในสังกัด  ...
7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief29 | P a g eอุปนิสัยที 3: ทําสิงทีสําคัญก่อนหลักการแห่งการบริหารจัดการส่วนบ...
7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief30 | P a g eแนวคิดทีดีทีสุดในการบริหารเวลา  สามารถสรุปได้สันๆเพียงประโยคเดี...
7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief31 | P a g eตารางเวลาพืนที  2  เป็นหัวใจการบริหารจัดการส่วนบุคคลทรงประสิทธิ...
เจ็ดอุปนิสัยสำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง
เจ็ดอุปนิสัยสำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง
เจ็ดอุปนิสัยสำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง
เจ็ดอุปนิสัยสำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง
เจ็ดอุปนิสัยสำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง
เจ็ดอุปนิสัยสำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง
เจ็ดอุปนิสัยสำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง
เจ็ดอุปนิสัยสำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง
เจ็ดอุปนิสัยสำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง
เจ็ดอุปนิสัยสำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง
เจ็ดอุปนิสัยสำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง
เจ็ดอุปนิสัยสำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง
เจ็ดอุปนิสัยสำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง
เจ็ดอุปนิสัยสำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง
เจ็ดอุปนิสัยสำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง
เจ็ดอุปนิสัยสำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง
เจ็ดอุปนิสัยสำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง
เจ็ดอุปนิสัยสำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง
เจ็ดอุปนิสัยสำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง
เจ็ดอุปนิสัยสำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง
เจ็ดอุปนิสัยสำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง
เจ็ดอุปนิสัยสำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง
เจ็ดอุปนิสัยสำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง
เจ็ดอุปนิสัยสำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง
เจ็ดอุปนิสัยสำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง
เจ็ดอุปนิสัยสำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง
เจ็ดอุปนิสัยสำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง
Nächste SlideShare
Wird geladen in …5
×

เจ็ดอุปนิสัยสำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง

21.927 Aufrufe

Veröffentlicht am

“เจ็ดอุปนิสัยสำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง” สุดยอดหนังสือของกูรูด้านฮาวทู อ่านสรุปย่อแล้วเหลือ 58 หน้า แนะนำให้ไปหาซื้อฉบับเต็มมาอ่าน ผมอ่านมากกว่าสิบรอบ และบางส่วนเปิดอ่านจนนับครั้งไม่ถ้วนครับ

เจ็ดอุปนิสัยสำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง

  1. 1. 7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief1 | P a g e“7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง”                        “The  7  Habits  of  Highly  Effective  People”By Dr. Stephen R. Coveyคํานําผู้เขียนคําถาม    อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง ยังสามารถนํามาปรับใช้ในยุคสมัยนีได้หรือไม่?  คําตอบ  ยิงความเปลียนแปลงมีขยายวงกว้างและมีความรุนแรงขึน  ปัญหาท้าทายสาหัสมากขึนอุปนิสัยทังเจ็ดก็ยิงมีความสําคัญเป็นเงาตามตัวขอยกตัวอย่างความขัดแย้งกันของปัญหาท้าทายต่างๆทีเราพบเห็นกันจนเป็นเรืองปกติธรรมดา ความกลัวและการขาดความมันคง  กลัวตกงานไม่มีรายได้เลียงครอบครัว  ต้องพึงพาผู้อืนทังในทีทํางานและในครอบครัว “ต้องได้เดียวนี”  ความอยากได้อยากซือ  ลําหน้าความสามารถในการหาเงินทองทรัพย์สินเข้าบ้านของเรา การตําหนิกล่าวโทษและความรู้สึกตกเป็นเหยือ  เมือไหร่ทีเจอกับปัญหาเราจะได้เห็นการกล่าวโทษกันไปกันมา  เพราะว่าสังคมของเราติดกับการโวยวายเมือเราตกเป็นเหยือ ความท้อแท้สินหวัง  การทียอมเชือว่าเราเป็นเหยือของสถานการณ์  ยอมรับการถูกเย้ยหยันและความท้อแท้ ขาดสมดุลของชีวิต  สมดุลของชีวิตจะมีได้ก็ต่อเมือบุคคลผู้นันมีสายตายาวไกลสามารถมองเห็นลําดับความสําคัญของสิงต่างๆในชีวิต
  2. 2. 7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief2 | P a g e “ฉันได้ประโยชน์อะไรบ้าง”  ในสมัยทีคนทํางานด้วยการใช้ความรู้  เฉพาะคนทีฝึกฝนการอยู่แบบพึงพาซึงกันและกันได้อย่างเชียวชาญเท่านันทีจะสามารถได้ประโยชน์ ความโหยหา  อยากให้ผู้อืนเข้าใจ  อยากให้ผู้อืนรับฟัง  ถ้าคุณรับฟังคนอืนด้วยความจริงใจ  เข้าอกเข้าใจก่อน  พวกเขาก็พร้อมจะรับฟังคุณเป็นการตอบแทน ความขัดแย้งและข้อแตกต่าง    คิดหาวิธีทีจะแก้ไขปัญหา  “แบบประนีประนอม”  จะเป็นการเอือประโยชน์แก่ทังสองฝ่ายทีดีกว่า   ความเฉือยชาส่วนบุคคล  ทังทางกายภาพ  สติปัญญา  สังคม/อารมณ์  และจิตวิญญาณ  เราจะได้เห็นภาพขัดแย้งของวัฒนธรรมกับวิถีการยึด  “หลักการ”  เป็นจุดศูนย์กลางชีวิตการเรียนแล้วไม่ทํา  ไม่ถือเป็นการเรียนรู้  การรู้แล้วไม่ทํา  ไม่ถือว่ารู้จริง
  3. 3. 7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief3 | P a g eจากภายในออกสู่ภายนอกจรรยาบรรณคุณลักษณะกับจรรยาบรรณบุคลิกภาพ  (Character Ethics and Personality Ethics)ผมทุ่มเทให้กับการค้นคว้าสิงพิมพ์เกียวกับ  “ความสําเร็จ”  ในสหรัฐอเมริกานับตังแต่ก่อตังประเทศในปี  1776  หนังสือเล่มนีเป็นผลรวมและเนือหาทีเป็นกุญแจสําคัญไขสู่การใช้ชีวิตทีเรียกว่า  “การประสบความสําเร็จ”การค้นคว้าของผมย้อนหลังไป  200 ปี  ความสําเร็จในช่วง  50 ปีหลังค่อนข้างจะผิวเผิน  เพราะกล่าวถึงเพียงภาพลักษณ์  (Image/appearance) ทีมีใว้ให้สังคมได้เห็นเทคนิคพิเศษและหนทางแก้ปัญหาด่วนทันใจในช่วง  150 ปีหลังประกาศอิสรภาพสหรัฐอเมริกาพอจะเรียกได้ว่า  “จรรยาบรรณคุณลักษณะ”  (Character Ethics) คุณสมบัติเช่น  บูรณภาพ  (Integrity) ความนอบน้อมถ่อมตน  (Humble) การครองตนในกรอบศีลธรรม  (Moral) อดทนข่มกลัน (Patience) มุมานะทํางานหนัก  ชีวิตเรียบง่ายจรรยาบรรณคุณลักษณะ (Character Ethics) สอนหลักการพืนฐานของการใช้ชีวิตแบบทรงประสิทธิผล (Effective)หลังสงครามโลกครังที  1 มุมมองความสําเร็จเปลียนมาเป็นสิงทีเราเรียกว่า  “จรรยาบรรณบุคลิกภาพ”  (Personality Ethics) ความสําเร็จนันเป็นผลจากการฝึกฝนบุคลิกภาพให้ปรากฏต่อสายตาสาธารณชนทัวไป  
  4. 4. 7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief4 | P a g eความยิงใหญ่ปฐมภูมิ  (Primary) และทุติยภูมิ (Secondary)องค์ประกอบของจรรยาบรรณบุคลิกภาพ  (Personality Ethics)  เช่น  การปรับปรุงบุคลิกภาพ  ทักษะการสือสาร  กลยุทธ์โน้มน้าวจิตใจเป็ นองค์ประกอบทีนําไปสู่ความสําเร็จ  แต่ว่ามีความสําคัญอยู่ในระดับรองๆลงไป...มิใช่ระดับปฐมภูมิ  (Primary)หากไม่มีความใว้วางใจซึงกันและกันก็จะไม่มีรากฐานของความสําเร็จทียังยืน  จะมีก็แต่ความดีงามพืนฐานเท่านันทีสามารถจะให้ชีวิตแก่เทคนิคทีควรนําไปใช้งานจริงอํานาจแห่งกรอบความคิด  (Paradigm)ก่อนอืน  เราจําเป็ นต้อง  “เข้าใจ”  และ  “รู้วิธีทีจะปรับเปลียน”  “กรอบความคิด”  (Paradigm) ของตัวเราเองก่อน...กรอบความคิด  คือ  แผนทีทีเราเห็นผ่านจากมุมมองของเรา  “แผนทีไม่ใช่ดินแดนทีแท้จริงทังหมดทีเป็นอยู่”  แผนทีเป็นเพียงกรอบอ้างอิงของตัวเราเองเท่านันเราแต่ละคนมีแผนทีหลายแผ่นอยู่ในหัว  แบ่งได้เป็น  2 ประเภท  คือ  แผนทีตามวิถีทีเราเป็นอยู่หรือความเป็นจริง  และแผนทีวิถีทีเราควรจะเป็น/ทําตามหรือค่านิยมการเปลียนทัศนคติ (Attitude) และพฤติกรรม (Behavior)  แทบจะไม่เกิดผลในระยะยาวหากเราไม่ทบทวนกรอบความคิดพืนฐานของเราเองทีเป็นต้นกําเนิดของทัศนคติและพฤติกรรมเสียก่อน  เพือเป็นการแสดงให้เห็นว่ากรอบความคิดส่งผลกระทบสําคัญอย่างมากต่อวิธีทีเราสานสัมพันธ์กับผู้อืนจุดยืนของเราอยู่ทีใหน  ก็ขึนอยู่กับทีนังของเรา
  5. 5. 7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief5 | P a g eการตีความสิงทีเห็น  สิงทีได้ยินขึนอยู่กับสถานการณ์ทีฝังอยู่ในใจของเราอยู่ก่อนแล้ว  ดังนัน  ข้อเท็จจริงก็จะไม่มีความหมายแตกต่างไปจากการตีความของเรา  สําหรับการเปิดใจให้  “รับการรับรู้ของผู้อืน”  หมายความว่า  เราจะได้เห็นภาพขนาดใหญ่ขึน  จากมุมมองทีปลอดจากอารมณ์ความรู้สึกในการตัดสินผู้อืนมาเกียวข้องด้วยพลังแห่งการเปลียนกรอบความคิด  (Paradigm Shift)การเปลียนกรอบความคิด  (Paradigm Shift) จะทําให้เรามองโลกด้วยมุมมองใหม่  ก่อให้เกิดการเปลียนแปลงทีมีพลังมหาศาล  ในกรอบความคิดของเรา  การตัดสินต่างๆไม่ว่าจะถูกหรือจะผิดนันเป็นรากฐานมาจากของทัศนคติของเรา  พฤติกรรมของเรา  และการสานสัมพันธ์กับผู้อืนในคํากล่าวของธอโร  “การตัดพุ่มใบไม้แห่งความชัวร้ายนับพันครัง  ไม่ดีเท่าการตัดรากแก้วเพียงครังเดียว”  เราจะประสบความสําเร็จในชีวิตอย่างรวดเร็วอย่างก้าวกระโดดได้เมือเราเลิกการตัดพุ่มใบทัศนคติและพฤติกรรม  แล้วหันมาทุ่มเทความพยายามทังหมดให้กับรากแก้ว...”กรอบความคิด  ซึงเป็นแหล่งกําเนิดของทัศนคติและพฤติกรรม”กรอบความคิดทีมีจุดศูนย์กลางอยู่ที  “หลักการ”คนเรามองชีวิตและความสัมพันธ์ในกรอบความคิดหรือแผนทีทีมีผลมาจากประสบการณ์ในอดีตหรือการวางเงือนไขของสังคม  แผนทีไม่ใช่  “ดินแดน”  เป็นเพียง  “ความจริงตามอัตวิสัย”  (Subjective)  [ฉะนัน  แผนที  คือ  “ความจริงตามอัตวิสัย”]สําหรับ  “ความเป็นจริงตามวัตถุวิสัย”  (Objective) หรือดินแดน  นันทําหน้าทีควบคุมการเจริญเติบโตและความสุขของมนุษย์
  6. 6. 7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief6 | P a g e“วิธีปฏิบัติ”  นันเป็นการจัดการสถานการณ์เฉพาะเจาะจงของหลักการ  และเป็นสัจธรรมพืนฐานทีสามารถนําไปประยุกต์ใช้ได้ในทุกเรือง  “หลักการ”  ปรับใช้ได้กับชีวิตแต่ละคน  ชีวิตครอบครัว  ชีวิตสมรส  องค์กรเอกชนและองค์กรสาธารณะทุกประเภท  เมือไหร่ทีเราปรับสัจธรรมให้กลายเป็นอุปนิสัย  อุปนิสัยนีจะเป็นพลังในตัว  สามารถนําไปสร้างสรรค์วิธีปฏิบัติหลากหลายรูปแบบทีจะนําไปใช้ในสถานการณ์ต่างๆกันได้ถ้าแผนทีหรือกรอบความคิดของเรายิงมีความใกล้เคียงกับหลักการหรือกฏธรรมชาติมากเท่าไหร่  แผนทีนันก็จะให้ความแม่นยํา  และนํามาใช้งานได้ประโยชน์มากขึนเท่านัน  แผนทีถูกต้องเหมาะสม  จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิผลส่วนบุคคลและประสิทธิผลระหว่างบุคคล  มากเกินกว่าความพยายามทังหมดทีทุ่มเทไปกับการเปลียนแปลงทัศนคติและพฤติกรรมนันๆหลักการแห่งการเจริญเติบโตและการเปลียนแปลงจรรยาบรรณบุคลิคภาพ  (Personality Ethics) เป็นวิธีทีเย้ายวนใจคนหมู่มากเพราะเสนอวิธีให้ได้มาซึง  “ความรํารวยโดยไม่ต้องทํางานหนัก”  ทีมองเผินๆอาจคล้ายจะได้ผลแต่ก็ยังเป็นแผนลวงตานันเองเห็นได้ชัดอยู่แล้วว่าเป็นไปไม่ได้ทีจะฝ่ าฝื น  ไม่รับรู้  หรือใช้ทางลัดเพือให้ได้มาซึงความสําเร็จ  เพราะจะทําให้พบแต่ความผิดหวังและความสับสนวุ่นวายใจในทีสุดถ้าคุณไม่เปิดโอกาสให้ครูทราบว่าฝีมือของคุณอยู่ในระดับใดโดยการตังคําถามหรือเปิดเผยความโง่เขลาในบางครัง  คุณจะไม่มีโอกาสเรียนรู้เรืองใหม่ๆ  ไม่มีโอกาสได้เจริญเติบโต  การยอมรับความโง่เขลาของตนเองเป็นก้าวแรกทีจะมีโอกาสในการเรียนรู้เพิมเติม
  7. 7. 7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief7 | P a g eหากต้องการทีจะสานสัมพันธ์กับภรรยา  สามี  ลูก  เพือนหรือเพือนร่วมงาน  เราต้องรับฟัง  “การรับฟัง”  นันต้องอาศัยความแข็งแกร่งทางอารมณ์  การรับฟังจําเป็นต้องมีความอดทนอดกลัน  มีจิตใจทีเปิดกว้าง  และความปราถนาจะทําความเข้าใจผู้พูดเวลาใหนทีควรสังสอน  เวลาใหนทีไม่ควรสังสอน  ในขณะทีความสัมพันธ์กําลังตึงเครียด  และบรรยากาศเปียมด้วยอารมณ์ต่างๆ  ความพยายามในการสังสอนอาจจะกลายเป็นการออกความเห็น  ตัดสินและการผลักไสไม่ยอมรับในตัวผู้ทีกําลังพูดคุยด้วย  ในทางตรงกันข้าม  ในเวลาทีความมีสัมพันธ์ราบรืน  การอภิปราย  ถกเถียง  หรือคุยกันเรืองค่านิยมต่างๆ  จะให้ผลกระทบมากกว่าวิธีทีเรามองปัญหาคือปัญหากรอบความคิดจรรยาบรรณบุคคลิคภาพ  (Personality Ethics) ส่งผลกระทบต่อวิธีทีเรามองปัญหานักบริหารทีมองการณ์ไกล  จะไม่สนใจจิตวิทยาปลุกใจ  และการกระตุ้นจูงใจทีไม่มีสาระนักบริหารต้องการ  “แก่นหลัก”  ต้องการ  “กระบวนการ”  ต้องการกําจัดปัญหาเรือรังทีซ่อนอยู่ภายใน  และมุ่งความตังใจและพลังงานส่วนมากไปยัง  “หลักการ”  ทีจะนําผลดีระยะยาวมาสู่องค์กรความคิดระดับใหม่  “ปัญหาสําคัญๆทีเราเผชิญอยู่  ไม่อาจแก้ไขได้โดยใช้ระดับความคิดเดิมในตอนทีเราสร้างปัญหานีขึนมา”แอลเบิร์ต  ไอน์สไตน์
  8. 8. 7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief8 | P a g e“ระดับความคิด”  คือ  เนือหาใน  7 อุปนิสัย สําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง  ยึดหลักการเป็นแก่นหลัก  ทีอยู่บนรากฐานของคุณลักษณะการใช้วิถี  “จากภายในออกสู่ภายนอก”  เพือให้มีประสิทธิผลระดับบุคคลและระหว่างบุคคลสูงวิถีจากภายในออกสู่ภายนอก  ยืนยันชัดเจนว่า  “ชัยชนะส่วนตัว”  ต้องมาก่อน  “ชัยชนะในสังคม”  การให้สัญญาและรักษาสัญญาต่อตัวเองมาก่อนการให้สัญญาและรักษาสัญญาต่อผู้อืนเรืองนีมีรากฐานมาจากกฏธรรมชาติทีควบคุมการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์  การเจริญเติบโตหมุนวนสูงขึนไต่จาก  “การพึงผู้อืน”  มาเป็น  “การพึงตนเองอย่างมีความรับผิดชอบ”  จนไปถึง  “การพึงพาซึงกันและกันอย่างมีประสิทธิผลยิง”อุปนิสัย  7 ประการ-ภาพรวมโดยเกณฑ์พืนฐานทีสุด  คุณลักษณะของเรา  เป็นผลรวมของอุปนิสัยทีเรามีและเป็นอยู่อุปนิสัยมีแรงดึงดูดมหาศาลมากเกินกว่าทีคนส่วนใหญ่รู้และยอมรับ  การเลิกนิสัยทีฝังรากลึกในตัวคนๆหนึงต้องใช้พลังงานมากกว่าการใช้ความตังใจเพียงน้อยนิด  และการ“หว่านความคิด        เก็บเกียวการกระทําหว่านการกระทํา      เก็บเกียวอุปนิสัยหว่านอุปนิสัย              เก็บเกียวคุณลักษณะหว่านคุณลักษณะ    เก็บเกียวชะตากรรมบันปลาย”
  9. 9. 7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief9 | P a g eเปลียนแปลงเล็กๆน้อยๆในชีวิต  การพยายามดินให้หลุดจําเป็นต้องใช้พลังงานมหาศาล  แต่เมือใหร่ทีสลัดหลุดได้แล้ว  เสรีภาพของเราจะข้ามเข้าสู่มิติใหม่ทีเดียวคํานิยามอุปนิสัยความรู้เป็นกรอบความคิดในเชิงทฤษฏี  ต้องทําสิงใดบ้างและทําเพืออะไร  ทักษะหมายถึง  จะต้องทําอย่างไร  (วิธีการทําทีเป็นขันตอนทีแน่นอน)ส่วนความปราถนา  เป็นมูลเหตุจูงใจ  ความอยากทีจะทํา  หากเราต้องการมีอุปนิสัยแบบใหนให้มาเป็นส่วนหนึงของชีวิต  จะต้องมีองค์ประกอบทังสามอย่างครบถ้วนเมือต้องการเปลียนแปลงจะต้องได้รับแรงกระตุ้นและจูงใจด้วยเป้ าหมายทีสูงกว่า  ความเต็มใจทีจะเสียสละสิงทีต้องการในขณะนี  เพือให้ได้มาซึงสิงทีอยากได้ในอนาคต
  10. 10. 7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief10 | P a g eกระบวนการนีทําให้เกิดความสุข  “วัตถุประสงค์และรูปแบบแห่งการดํารงอยู่”  ความสุขสามารถนิยามได้บางส่วนว่าเป็น  “ผลพวงของความต้องการและความสามารถในการเสียสละสิงทีเราต้องการในขณะนี  เพือจะได้รับสิงทีอยากได้ในบันปลาย”วงจรวุฒิภาวะอุปนิสัยทังเจ็ดมิใช่สูตรปลุกใจ  (Psych-up Formula) หรือวิธีการปฏิบัติการทีเป็นชุดคําสังแยกเป็นข้อๆ  การใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับกฏธรรมชาติทีว่าด้วยการเจริญเติบโต  จะค่อยๆงอกงามขึน  ผนึกและเรียงตัวกันเป็นเส้นทางทีจะพัฒนาประสิทธิภาพส่วนบุคคล  และความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล  อุปนิสัยทังเจ็ดจะผลักดันให้เราเดินทางไปในวงจรวุฒิภาวะ...จากการพึงผู้อืนไปยังการพึงตนเองจนบรรลุถึงการพึงพาซึงกันและกันในวงจรวุฒิภาวะ  การพึงผู้อืนเป็นกรอบความคิด  “ท่าน”  เช่น  ท่านต้องดูแลฉัน  ท่านต้องปกป้ องคุ้มครองฉัน  ถ้าท่านดูแลไม่ดีฉันจะติหนิท่านการพึงตนเอง  เป็นกรอบความคิด  “ฉัน”  เช่น  ฉันทําได้  ฉันเป็นผู้รับผิดชอบ  ฉันพึงพาตัวเองได้  ฉันเลือกได้ส่วน  การพึงพาซึงกันและกัน  จะเป็นกรอบความคิด  “เรา”  เช่น  เราทําได้  เราร่วมมือกันได้  เราผนึกฝีมือ  ผนึกความสามารถ  เพือสร้างผลงานทียิงใหญ่ร่วมกันกรอบความคิดสังคมในยุคปัจจุบันเชิดชูการเป็นอิสระส่วนตัวใว้สูง  เหมือนกับว่าการสือสาร  การทํางานเป็นทีม  และร่วมมือกันมีคุณค่าในระดับทีตํากว่าชีวิตโดยธรรมชาติแล้ว  ควรต้องมีการพึงพาซึงกันและกันอย่างสูงสุดเมือไหร่ทีคนพึงพาซึงกันและกันยอมเปิดโอกาสทีจะแบ่งบันตนเองอย่างกว้างขวางซึง  เปียมด้วยความหมายกับผู้อืน  นันจะทําให้คุณสามารถเข้าถึงขุมทรัพย์ทรัพยากรและศักยภาพในตัวมนุษย์คนอืนๆอีกหลายคน
  11. 11. 7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief11 | P a g eการพึงพาซึงกันและกันเป็นทางเลือกทีมีเพียงผู้ทีพึงตนเองเท่านันทีจะทําได้    ผู้ทียังพึงพิงผู้อืนอยู่ไม่มีสิทธิเลือก  เพราะไม่มีคุณลักษณะทีเพียงพอสําหรับการเลือกอุปนิสัย  1, 2 และ  3  จะเน้นทีการเอาชนะตนเอง  ขับเคลือนจากการพึงผู้อืนไปยังการพึงตนเอง  ถือเป็น  “ชัยชนะส่วนตน”  ชัยชนะส่วนตนจะมาก่อนชัยชนะในสังคมเสมอเมือคุณพึงตนเองได้อย่างแท้จริง  คุณจะมีคุณลักษณะทีพร้อมจะสานสัมพันธ์กับผู้อืนอย่างมีประสิทธิภาพ  เพือบรรลุสู่  “ชัยชนะในสังคม”  ในอุปนิสัยที  4, 5 และ  6อุปนิสัยที  7 เป็นอุปนิสัยเพือการเติมเต็มและทําให้สมบูรณ์ใหม่อีกครัง  เป็นอุปนิสัยแห่งการพัฒนาอย่างต่อเนืองทีจะใต่วงหมุนขึนสูงไปเรือยๆนิยามประสิทธิผล  (Effectiveness)อุปนิสัยทังเจ็ดเป็นอุปนิสัยแห่งประสิทธิผล  เพราะอยู่บนรากฐานของกรอบความคิดประสิทธิผล  สอดคล้องกับกฏธรรมชาติ  และหลักการทีเรียกว่า  “สมดุลแห่ง  P/PC”ประสิทธิผลแท้จริงจะต้องมีองค์ประกอบ  2 อย่าง  คือ1. P - Production ผลผลิตทีต้องการ  (ไข่ทองคํา)2. PC - Production Capability สินทรัพย์หรือความสามารถในการผลิต  (ห่าน)
  12. 12. 7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief12 | P a g eสินทรัพย์    3 ประเภทสินทรัพย์แบ่งเป็น  3 ประเภท  คือ  ทางกายภาพ  ทางการเงิน  และมนุษย์ในการหาผลกําไรระยะสัน  เรามักจะแลกกับการเบียดเบียนสินทรัพย์ทางกายภาพ  แต่ถ้าเรารักษาสมดุล  P/PC  จะทําให้เห็นความแตกต่างอย่างเด่นชัดในการใช้งานสินทรัพย์กายภาพอย่างมีประสิทธิผลสินทรัพย์เชิงการเงินสําคัญทีสุดของเรา  คือความสามารถในการหารายได้  ถ้าเราไม่ดูแลรักษา  PC  เราจะขีดข้อจํากัดให้กับทางเลือกของเราเองให้เหลือน้อยลงหากเป็นเรืองมนุษย์  สมดุล  P/PC  ถือได้ว่าเป็นรากฐานทีเท่าเทียมกัน  แต่มีความสําคัญมากกว่า    เพราะมนุษย์เป็นผู้ควบคุมสินทรัพย์กายภาพและสินทรัพย์การเงินPC ระดับองค์กรในเวลาทีพนักงานไม่รักษาสมดุล  P/PC  ในการใช้งานสินทรัพย์ทางกายภาพขององค์กร  แล้ว  นันจะเป็นการลดประสิทธิผลขององค์กรสมดุล  P/PC  มีความสําคัญมาก  โดยเฉพาะอย่างยิงเมือปรับใช้กับสินทรัพย์มนุษย์ในองค์กร...คือ  ลูกค้าและพนักงานตัวอย่าง  เช่น  เมือภัตตาคารทีมีชือจากซุปทีแสนอร่อยเปลียนมือ  เจ้าของคนใหม่เจือนําจนซุปจาง  ในเดือนต่อมาต้นทุนลดตําลง  ทําให้มีกําไรสูงขึนก็จริง  แต่ลูกค้าประจําหายไปหมด  เพราะความวางใจในคุณภาพไม่มีอีกแล้วหลายองค์กรทีเห็นความสําคัญของลูกค้า  จะใส่ใจดูแลผู้ทีจะดูแลลูกค้าโดยตรง  นันก็คือ  พนักงาน  หลักการ  P/PC ก็คือ  “ต้องดูแลพนักงานให้เท่าเทียมกับวิธีทีคุณดูแลลูกค้าชันยอด”หลักการ  P/PC จะดูแลพนักงานเหมือนพวกเขาเป็นอาสาสมัคร  เช่นเดียวกับการดูแลลูกค้าให้เหมือนกับอาสาสมัคร  เพราะนันเป็นตัวตนแท้จริง  พวกเขาอาสาทีจะนําสิงดีทีสุดมามอบให้...ทังด้านหัวใจและสมอง
  13. 13. 7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief13 | P a g eการรักษาสมดุล  P/PC กับสุขอนามัยและความสุขสบายของท่าน  โดยมากจะเป็นการตัดสินใจทีต้องใช้ดุลยพินิจทีไม่ใช่เรืองง่ายนัก  ซึงจะเป็นการเกลียสมดุลระหว่างผลลัพธ์ระยะสันกับการดําเนินการราบรืนในระยะยาว  ■
  14. 14. 7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief14 | P a g eอุปนิสัยที 1: โปรแอกทีฟหลักการแห่งวิสัยทัศน์ส่วนบุคคล  (Personal Vision)“การรู้ตนเอง”    หรือความสามารถในการติดตามการใช้ความคิดของตนเอง  นีคือเหตุผลว่าทําไมเราจึงสามารถประเมินค่าและเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้อืนได้เท่าเทียมกับเรืองราวทีเราพบเจอด้วยตนเอง  นีคือ  สาเหตุว่าทําไมเราจึงสามารถทีจะสร้างอุปนิสัยใหม่และล้างนิสัยเก่าได้  วิธีทีเรา  “มองตัวเอง”  มองกรอบความคิดของตนเอง  เป็นพืนฐานของกรอบความคิดแห่งประสิทธิผลกระจกเงาสังคมถ้าภาพทีเรามองเห็นตัวเองเป็นภาพสะท้อนมาจากกระจกเงาสังคม  ภาพทีเห็นจะบิดเบียวผิดสัดส่วน  เพราะภาพสะท้อนของกรอบความคิดเชิงสังคมถูกตัดสินโดยเงือนไขและการวางเงือนไขของผู้อืนทําให้เราเข้าใจว่า  -  เราถูก  “กําหนด”  ใว้แล้วตัวเรามิใช่ความรู้สึกของเราตัวเรามิใช่อารมณ์ในใจตัวเรามิได้เป็นแม้แต่ความคิด
  15. 15. 7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief15 | P a g eด้วยสภาพแวดล้อม  เราอาจกล่าวโทษว่า  โดนเจ้านายรังแก  คู่สมรสไม่เข้าใจ  สถานการณ์ทางเศรษฐกิจคุกคาม  จะต้องมีใครสักคนหรืออะไรสักอย่างในสภาพแวดล้อมรอบตัวเราทีเป็นผู้รับผิดชอบต่อเรืองเลวร้ายทีเกิดขึนกับตัวเราช่องว่างระหว่างสิงเร้ากับการตอบสนองระหว่างสิงเร้ากับการตอบสนอง...มนุษย์มีอิสรภาพในการเลือกอิสรภาพในการเลือก  คือ  อํานาจ  เป็นคุณสมบัติเฉพาะของมนุษย์  นอกจาก  การรู้ตนเองแล้ว  มนุษย์มีจินตนาการ  ความสามารถทีจะพาตัวเราให้เข้าไปอยู่ในภาพวาดในใจของเรา  หลุดออกจากความเป็นจริงทีเกิดขึนเบืองหน้าเรา  มนุษย์ยังมีมโนธรรม  การรู้ลึกเข้าไปในใจ  แยกแยะความผิดชอบชัวดี  หลักการทีจะควบคุมพฤติกรรม  และแนวทางทีจะปรับความคิดและการกระทําให้สอดคล้องไปกับมโนธรรมนันนอกเหนืออํานาจอิทธิพลภายนอกจะยืนเข้ามาควบคุมได้เพราะมนุษย์มีความประสงค์อิสระ  มีความสามารถทีจะทําการทุกอย่างบนรากฐานของการรู้ตนเองอย่างเป็นอิสระนอกเหนืออํานาจอิทธิพลภายนอกนิยามโปรแอกทีฟ  (Proactive)คนโปรแอกทีฟจะรู้ดีถึงความรับผิดชอบ  ต่อพฤติกรรมของตนทีแสดงออก  จะไม่มีการป้ ายความผิดไปยังสภาวการณ์  เงือนไข  หรือการวางเงือนไข  พฤติกรรมของคนโปรแอกทีฟ  เป็นผลมาจากการตัดสินใจ  การเลือกอย่างมีสติ  อยู่บนรากฐานของค่านิยมในใจ  ไม่ใช่ผลจากเงือนไขทีอยู่บนรากฐานของอารมณ์และความรู้สึกการยินยอมให้เงือนไขต่างๆรอบตัวมาบงการชีวิต  จะทําให้เรากลายเป็นคนรีแอกทีฟคนโปรแอกทีฟจะขับเคลือนตัวเองด้วยค่านิยม  พวกเขาจะครุ่นคิด  พินิจพิเคราะห์เป็นอย่างดี  เพือเลือก  และยึดค่านิยมใว้ในใจเพือนํามาปฏิบัติ
  16. 16. 7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief16 | P a g eอย่างไรก็ตาม  คนโปรแอกทีฟยังอยู่ในอิทธิพลของสิงเร้าจากภายนอก  ไม่ว่าจะเป็นในเชิงกายภาพ  สังคม  หรือจิตวิทยา  แต่การตอบสนองต่อสิงเร้าต่างๆ  ไม่ว่าจะโดยจิตสํานึกหรือจิตใต้สํานึก จะเป็นการตอบสนองด้วยทางเลือกทีอยู่บนรากฐานของค่านิยมความเจ็บปวดไม่ได้อยู่ทีว่าเกิดเรืองใดต่อตัวเรา  แต่เกิดจากการตอบสนองของเราต่อเหตุการณ์นันทีทําให้เราเจ็บปวด  เรืองเลวร้ายทีเกิดขึนในชีวิต  จะหล่อหลอมคุณลักษณะและบ่มพลังในตัวของเราให้เข้มข้นมากขึน  ให้อิสรภาพในการรับมือกับสภาวการณ์ยุ่งยากในอนาคตและเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คนรอบข้างทีได้พบเห็นด้วยวิกเตอร์  แฟรงเกิลชีให้เห็นว่ามีแก่นค่านิยม  3 อย่างในชีวิตมนุษย์  คือ   เชิงประสบการณ์  เรืองราวทีเกิดขึนจริงกับตัวเรา   เชิงสร้างสรรค์  เรืองทีเราสร้างขึนมาเพือทําให้เป็นจริง   เชิงทัศนคติ  การตอบสนองของเราต่อภาวะทุกข์ทรมาน  เช่น  ความเจ็บป่วยเรือรัง  ภาวะทุกข์ทรมานมักจะทําให้คนเราเปลียนกรอบความคิด  เมือคิดได้แล้วกรอบอ้างอิงใหม่จะปรากฏออกมา  เพือให้นําไปใช้ต่อไปสู่ภาวะโปรแอกทีฟภาวะโปรแอกทีฟไม่ได้หมายความว่าจะต้องก้าวร้าว  แสดงอาการน่ารังเกียจ  หรือแผ่อํานาจคุกคามผู้อืน  แต่หมายถึง  “การรู้ถึงความรับผิดชอบของเราทีจะสร้างสรรค์ผลงาน”“ไม่มีผู้ใดทําร้ายเราได้  หากเราไม่ให้ความยินยอม”อีเลเนอร์  โรสเวลต์
  17. 17. 7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief17 | P a g eคนทีได้ตําแหน่งงานดีๆสูงๆ  มักจะเป็นผู้ริเริมรับผิดชอบในเชิงรุก  (คนโปรแอกทีฟ)  คนกลุ่มนีเสนอหนทางแก้ไขปัญหา  ไม่ทําตัวเป็นปัญหาเสียเอง  และคอยคว้าโอกาสในเชิงรุกเพือทีจะได้ลงมือก่อนการกระจายงานต่างๆให้ผู้อืนรับผิดชอบ  ไม่ได้มีความหมายในแง่ลบ  ในทางตรงกันข้าม  จะเป็นการให้เกียรติกันเพราะแสดงให้เห็นความเชือใจ  ดังนันภาวะโปรแอกทีฟจึงเป็นส่วนหนึงของธรรมชาติมนุษย์กระทําหรือถูกกระทําการสร้างสมดุล  P/PC เพือประสิทธิผลจําเป็นต้องอาศัยการริเริมในเชิงรุก  ในเวลาทีคุณศึกษาอุปนิสัยหกประการแรก  คุณจะสังเกตได้ว่าทุกขันตอนเป็นการฝึก  “มัดกล้ามเนือโปรแอกทีฟ”  แต่ละอุปนิสัยจะวางบทบาทความรับผิดชอบ  ในทุกเรืองให้คุณได้ลงมือกระทําองค์กรธุรกิจ  กลุ่มทํางานเพือชุมชน  องค์กรทุกประเภทรวมทังครอบครัว...มีสิทธิจะใช้ภาวะโปรแอกทีฟทังนัน  องค์กรใดๆทีไม่ตกอยู่ในอิทธิพลของสภาพแวดล้อม  ควรทีจะสามารถก้าวลําไปในเชิงรุกเพือทําให้ค่านิยมและเป้ าหมายทีมีร่วมกันของสมาชิกในกลุ่มเกิดผลสําเร็จรับฟังภาษาพูดของเราภาษาพูด  เป็นตัวบ่งชีชัดเจนว่าเราเป็นคนโปรแอกทีฟหรือไม่  ภาษาพูดของคนรีแอกทีฟ  จะบอกปัดปฏิเสธความรับผิดชอบโดยสินเชิงเช่น  คนโปรแอกทีฟนําคําว่า  “รัก”  มาใช้ในฐานะคํา  “กิริยา”  ความรักเป็นสิงทีคุณลงมือกระทํา  เช่น  การเสียสละทีคุณทําเพือคนรัก  การสละตัวตนเพือคนรัก
  18. 18. 7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief18 | P a g eความรักเป็นค่านิยมทีสามารถจะทําให้เป็นจริง  จับต้องได้ผ่านการแสดงออก  คนโปร  แอกทีฟสะกดอารมณ์ความรู้สึกใว้ภายใต้ค่านิยม...แล้วความรัก  ความรู้สึกดีๆนันจะหวนกลับมาให้สัมผัสได้อีกครังหนึงขอบเขตของความกังวล/ขอบเขตแห่งอิทธิพลเมือไหร่ทีเรามองเห็นเรืองราวใน  “ขอบเขตแห่งความกังวล”  เราจะเห็นได้ชัดว่า  บางเรืองอยู่นอกเหนือความควบคุมของเรา  (วงกลมสีเขียวทีอยู่ภายนอก)  แต่ก็มีหลายเรืองทีเราสามารถแก้ไขเปลียนแปลงได้  เราจับกลุ่มเรืองราวทีเราควบคุมได้มารวมในวงกลมอีกวงซ่อนอยู่ภายใน...หรือเรียกว่า  “ขอบเขตแห่งอิทธิพล”คนโปรแอกทีฟจะมุ่งความสนใจไปทีขอบเขตแห่งอิทธิพล  ทุ่มเทไปยังเรืองราวทีแก้ไขเปลียนแปลง  และควบคุมได้  ทําให้  “ขอบเขตแห่งอิทธิพล”  สีม่วง  ขยายขนาดคนรีแอกทีฟจะจ้องไปยังขอบเขตแห่งความกังวล  มุ่งความสนใจไปทีสภาวการณ์ทีตนเองไม่มีอํานาจควบคุมบังคับ  ทําให้  “ขอบเขตแห่งอิทธิพล”  นันหดเล็กลงการสร้างพลังงานเชิงบวกต้อง...เปลียนแปลงทีตัวเรา  เรามีอํานาจในการแผ่อิทธิพลต่อเงือนไขต่างๆรอบตัวเราคนโปรแอกทีฟให้ความสําคัญใว้ทีการใช้อิทธิพลแต่ก็ยังมีขอบเขตแห่งความกังวล    อย่างร้ายทีสุด  ขอบเขตแห่งความกังวลก็มีขนาดใหญ่เท่าเทียมกับขอบเขตแห่งอิทธิพล
  19. 19. 7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief19 | P a g eทางตรง  โดยอ้อม  หรือไม่อาจควบคุมได้ปัญหาทีเราพบแบ่งออกเป็น  3 ประเภท  คือ   สามารถควบคุมได้โดยตรง  ปัญหาเกียวกับพฤติกรรมของเรา,  ปัญหาแก้ไขได้โดยปรับเปลียนอุปนิสัย  ข้อนีเป็นชัยชนะส่วนตน สามารถควบคุมโดยอ้อม  ปัญหาเกียวเนืองกับพฤติกรรมของผู้อืน,  ปัญหานีแก้ได้โดยเปลียนวิธีการใช้อิทธิพลทีปฏิบัติอยู่ในขณะนัน  ข้อนีเป็นชัยชนะในสังคม ไม่สามารถควบคุมได้  ปัญหาทีเราทําอะไรไม่ได้  เช่น  ความเป็นจริงของสถานการณ์  หรือเรืองทีกลายเป็นอดีตไปแล้วขยายขอบเขตแห่งอิทธิพลนักบริหารผู้หนึงเป็นคนโปรแอกทีฟ  เขาขับเคลือนตัวเองด้วยค่านิยม  ไม่ใช่ด้วยอารมณ์ความรู้สึก  เขาชอบริเริมในเชิงรุก  ติดตามความคิดของท่านประธาน  (เจ้านาย)  ร่วมรับความรู้สึกและอ่านสถานการณ์ต่างๆทีเกิดขึน  เขาไม่ได้มองข้ามจุดด้อยของท่านประธาน  แต่แทนทีจะวิพากษ์วิจารณ์จุดด้อย  เขากลับคิดช่วยเหลือหรือชดเชยจุดด้อยเหล่านัน  เขาจะพยายามเข้าไปเสริม  โดยทํางานร่วมกับลูกน้องในแผนกจนกระทังจุดด้อยของท่านประธานนันกลายเป็ นเรืองนอกประเด็นทีไม่มีผลกระทบและไม่มีความสําคัญนักบริหารผู้นีมุ่งเน้นไปทีขอบเขตแห่งอิทธิพลของตนเอง  เขาทํางานเกินความคาดหวัง  โดยคาดหวังความต้องการของท่านประธานล่วงหน้าคนโปรแอกทีฟ  ไม่ได้มีนิสัยก้าวร้าว  ไม่คุกคาม  พวกเขาเป็นคนฉลาดทีขับเคลือนด้วยค่านิยม  ทีพยายามอ่านทิศทางของโลกแห่งความเป็นจริง  และรู้ว่าภาพทีเห็นทียังขาดสิงใดไปบ้างทีจะทําให้ดีและมีความสมบูรณ์ยิงขึนไปอีก
  20. 20. 7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief20 | P a g eระหว่างคําว่า  “มี”  กับคําว่า  “เป็น”ขอบเขตแห่งความกังวลสามารถจะถูกแสดงออกมาให้ได้ยินในภาษาพูดทีแสดงความในใจ  สังเกตได้ว่าจะเห็นจากประโยคทีมีคําว่า  “ขอเพียง”  หรือ  “มี”  เช่น“จะมีความสุขกว่านี  ขอเพียงผ่อนบ้านได้หมด”“ขอเพียงมีเจ้านายทีไม่เป็นจอมเผด็จการ”ขอบเขตแห่งอิทธิพลจะมีแต่คําว่า  “เป็น”  การมองโลกแบบโปรแอกทีฟ  จะสร้างความเปลียนแปลง  “จากภายในออกสู่ภายนอก”  ถ้าเราอยากให้เกิดผลลัพธ์ทีแตกต่าง  เราต้องเป็นคนทีต่างไปจากเดิมเพือให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อสิงทีอยู่ภายนอก  เช่น...ฉันเป็นคนใช้ไหวพริบแก้ปัญหา  ฉันเป็นคนขยันเราสามารถควบคุมชีวิตและมีอิทธิพลต่อสภาวการณ์รอบข้างได้โดยให้ความสนใจไปยังภาวะ  “เป็น”  หรือตัวตนของเราถ้ามีปัญหาในชีวิตสมรส  และต้องการจะแก้ไขสถานการณ์อย่างจริงจัง  ควรจะทุ่มความสนใจไปยังเรืองราวทีควบคุมได้ด้วยตัวเอง  เช่น  หันมาแก้ไขข้อบกพร่องของตนเอง  มุ่งเน้นปรับปรุงตัวให้เป็นคู่สมรสชันเลิศ  เป็นแหล่งความรักทีไม่มีเงือนไข  และการให้กําลังใจสนับสนุน  ซึงก็หวังว่าภรรยาจะรู้สึกและตอบสนองในแนวทางเดียวกัน  แต่ถึงแม้ว่าเธอจะตอบสนองหรือไม่ก็ตามที  เส้นทางในเชิงบวกทีจะแผ่อิทธิพลต่อสถานการณ์ได้ก็คือ  การแก้ไขตนเอง...การ  “เป็น”  ตัวเอง  วิถีโปรแอกทีฟดีทีสุดทีเราจะทําได้คือ  การครองตนเป็นคนมีความสุข...ยิมจริงใจ  แล้วอยู่อย่างมีความสุข
  21. 21. 7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief21 | P a g eอีกปลายหนึงของท่อนไม้แม้เราจะมีอิสรภาพในการเลือกการกระทําของเรา  แต่เราไม่อาจเลือกผลทีตามมาจากการกระทํานันได้  พฤติกรรมของเราอยู่ภายใต้การควบคุมของหลักการ  โดยทีการใช้ชีวิตแบบสอดคล้องกับหลักการ  จะก่อให้เกิดผลในเชิงบวก  การใช้ชีวิตฝ่าฝืนหลักการ  จะก่อให้เกิดผลในแง่ลบหากไม่ยอมรับทราบ  ไม่ยอมแก้ไข  ไม่ยอมเรียนรู้จากความผิดพลาด  ผลแง่ลบเหล่านีจะกลายเป็นความผิดพลาดทีสูงขึนไปอีกระดับหนึง  ผลแง่ลบนีจะส่งคนผู้นันให้จมลึกไปในความผิดพลาดอืนๆยิงกว่าเดิมดังนัน  มันมีความสําคัญอย่างยิงทีจะยอมรับความผิดพลาด  หาทางแก้ไขโดยด่วน  ความผิดพลาดนันจะได้ไม่เหลือพลังทีจะแผ่มารุกรานการกระทําก้าวต่อไปของเรา  เพือทีเราจะได้เรียกพลังในตัวของเรากลับคืนมาอยู่ในสภาพเดิมการให้และรักษาสัญญาผูกมัดแก่นกลางของขอบเขตแห่งอิทธิพลคือ  “ความสามารถทีจะผูกมัดตนเองกับการให้และรักษาคําสัญญานัน”  การผูกมัดทีเราให้ต่อตนเองและผู้อืนกับบูรณภาพ  (Integrity) ต่อการผูกมัดนัน  เป็นองค์ประกอบสําคัญและเป็นการแสดงให้เห็นระดับความเปนคนโปรแอกทีฟในตัวเราการให้และรักษาคําสัญญาผูกมัด  มีความสําคัญต่อการเจริญเติบโตในฐานะบุคคลคนหนึงของเราอย่างมาก  เพราะเป็นองค์ประกอบสําคัญในการพัฒนาอุปนิสัยแห่งประสิทธิผล  ความรู้  ทักษะ  และความปราถนา  ทุกๆปัจจัยอยู่ในมือของเราแล้วทีจะทําให้เป็นไปในแนวทางทีเราต้องการ  เราเลือกได้ภาวะโปรแอกทีฟ: บททดสอบ  30 วัน
  22. 22. 7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief22 | P a g eในเวลาทีคุณทําผิดพลาด  ให้ยอมรับอย่างไม่อิดออด  แล้วพยายามแก้ไข  และเรียนรู้จากความผิดพลาดนันทันที  อย่าได้ไปติหนิติเตียนกล่าวโทษผู้อืน  ให้พยายามทุ่มพลังงานไปยังเรืองราวทีคุณควบคุมได้  โดยแก้ไขตนเอง...แก้ไขภาวะ  “เป็น”ข้อเสนอแนะในการปรับใช้1. ตลอดทังวัน  ฟังภาษาพูดของตน  และภาษาพูดของคนรอบข้าง  บ่อยครังแค่ใหนทีคุณใช้และได้ยินภาษารีแอกทีฟ  “ขอเพียงแค่”  หรือ  “ผมทําไม่ได้”  หรือ  “ผมจําเป็นต้อง...”2. ระบุประสบการณ์ทีคุณจะได้พบในอนาคตอันใกล้  หากพิจารณาจากประสบการณ์ดังเดิม  คุณจะตอบสนองในแง่รีแอกทีฟ  นําเอาสถานการณ์นันมาพิจารณาในขอบเขตแห่งอิทธิพล  คุณจะตอบสนองเชิงโปรแอกทีฟได้อย่างไร?  ใช้เวลาคิดและวาดภาพประสบการณ์นันให้ชัดเจนในใจ  วาดภาพตนเองตอบสนองในเชิงโปรแอกทีฟ  เตือนตนเองอีกครังว่ามีช่องว่างระหว่างสิงเร้ากับการตอบสนอง  ผูกมัดตนเองว่าจะใช้อิสรภาพในการเลือก3. เลือกปัญหาทีบ้านหรือทีทํางานทีทําให้คุณสับสนวุ่นวายใจ  แยกประเภทว่าเป็นปัญหาโดยตรง  โดยอ้อม  หรือไม่อยู่ในการควบคุม  ระบุขันตอนแรกทีคุณทําได้ในขอบเขตแห่งอิทธิพลเพือแก้ปัญหา  แล้วปฏิบัติตามขันตอนนัน4. ทดสอบภาวะโปรแอกทีฟ  30 วัน  จับตามองความเปลียนแปลงในขอบเขตแห่งอิทธิพล
  23. 23. 7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief23 | P a g eอุปนิสัยที 2: เริมต้นด้วยจุดหมายในใจหลักการแห่งภาวะผู้นําส่วนบุคคลจินตนาการว่า  นับไปอีกสามปีจากวันนี  คุณเดินทางไปยัง  งานศพของคุณ  ในงานพิธีจะมีผู้มากล่าวคําใว้อาลัยทังหมด  4 คน  คนแรกมาจากครอบครัวของคุณ  คนทีสองเป็นเพือนสนิทของคุณ  คนทีสามเพือนร่วมงานของคุณ  และคนทีสีมาจากสถาบันศาสนาหรือองค์กรในชุมชนทีคุณมีส่วนร่วมอยู่คุณอยากจะให้ผู้กล่าวใว้อาลัยทังสี  พูดถึงคุณและชีวิตของคุณในแง่ใดบ้าง?  คุณลักษณะใดในตัวคุณทีคุณอยากให้พวกเขาจําได้?  ผลงานหรือความสําเร็จใดทีคุณอยากให้พวกเขาจดจํา?หมายความว่าอย่างไร  “เริมต้นด้วยจุดหมายในใจ”การเริมต้นด้วยจุดหมายในใจ  หมายความถึงการเริมต้นด้วยความเข้าใจอย่างชัดเจนว่า  ต้องการจะเดินไปยังจุดใด  จุดใดทีต้องการจะไปถึง  (จุด  B) ดังนัน  จึงจําเป็นจะต้องเข้าใจให้ดีก่อนว่าขณะนีคุณอยู่ทีใด  (จุด  A) เพือจะได้ก้าวทีละก้าว  มุ่งหน้าไปยังจุดหมายนัน  (จุด  B)  ในทิศทางทีเหมาะสมหากคุณทําการทบทวนและเรียบเรียงเนือหาทีคุณต้องการจะให้ผู้กล่าวใว้อาลัยยกขึนมาบรรยายในงานศพของคุณได้แล้ว...แสดงว่า  คุณค้นพบนิยามความสําเร็จของตนเองเข้าแล้ว  และก็อาจเป็นไปได้ว่าชือเสียงเกียรติยศ  เงินทองหรือสมบัติอืนใดทีเราดินรนแสวงหามาตลอดชีวิต  ไม่ได้เป็นส่วนหนึงสิงทีเราต้องการทีจุดสุดท้ายของชีวิตสรรพสิงสร้างสองครังบนหลักการทีว่า  “สรรพสิงสร้างสองครัง”  ครังแรกสุดสร้างขึนมาในใจ  และการสร้างครังถัดมา  จะเป็นการก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างจับต้องได้
  24. 24. 7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief24 | P a g eยกตัวอย่างการสร้างบ้าน  คุณจะวาดภาพในใจ  แล้วเขียนออกมาเป็นแบบแปลนบ้านกฏของช่างไม้ก็คือ  “วัดสองครัง  ตัดครังเดียว”หลังจากนัน  คุณจึงเริมก่อสร้างบ้านจริงๆ  โดยใช้แปลนทีวาดใว้แล้วนันเป็นแบบภาวะผู้นําและการบริหารจัดการ...การสร้างสองครัง“ภาวะผู้นํามาก่อน  การบริหารจัดการมาเป็นอันดับสอง”ไม่มีการบริหารจัดการทียอดเยียมใดทีจะชดเชยความล้มเหลวของภาวะผู้นําได้  แต่ภาวะผู้นําหาได้ยากเพราะเราผูกติดอยู่ในกรอบความคิดว่าการบริหารจัดการต้องมาก่อนเป็นอันดับหนึงเขียนบทชีวิตใหม่: สถาปนาตนเองเป็นผู้สร้างภาวะโปรแอกทีฟจะอยู่บนรากฐานของคุณสมบัติเฉพาะมนุษย์เรือง  “การรู้ตนเอง”  อีกสองเรืองคือ  “จินตนาการ”  และ  “มโนธรรม”ไม่มีความจําเป็นใดๆทีจะใช้ชีวิตอยู่ใต้บัญชาของบทบาทชีวิตเก่า  เรามีสิทธิเลือกการตอบสนองทีจะใช้จินตนาการ  ความคิดสร้างสรรค์  เขียนบทชีวิตใหม่ทีมีประสิทธิผล  กลมกลืนไปกับค่านิยมลําลึกในตัวเรา  สอดคล้องกับหลักการทีทําให้ค่านิยมของเราเปียมความหมายคําปณิธานส่วนบุคคลในการเขียนคําปณิธานส่วนบุคคลหรือปรัชญาหรือหลักคําสอนประจําชีวิต  คุณควรจะมุ่งความสนใจไปทีสิงทีคุณต้องการจะเป็น  (คุณลักษณะ)  ต้องการจะทํา  (การสร้างประโยชน์หรือความสําเร็จ)  และคุณลักษณะหรือหลักการทีเป็นพืนฐานของการเป็นอยู่และการลงมือทําจริง
  25. 25. 7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief25 | P a g eเมือไหร่ทีเราได้รับรู้ถึงปณิธาน  เราก็จะได้ทราบถึงแก่นของภาวะโปรแอกทีฟประจําตัว  เราจะได้ทราบถึงวิสัยทัศน์และค่านิยมทีจะชีนําชีวิต  เราจะได้ทราบถึงทิศทางทีจะวางเป้ าหมายทังระยะสันและระยะยาวทีจุดศูนย์กลางจุดศูนย์กลางเป็นจุดกําเนิดของความมันคง  การชีแนะ  ปัญญา  และพลังอํานาจ  เมือไหร่ทีมีองค์ประกอบทัง  4 ครบถ้วน  ทีมีความสอดคล้องกัน  จะทําให้เกิดบุคลิกลักษณะทีมีความสง่างาม  มีคุณลักษณะทีมีความสมดุลและงดงามเต็มเปียมไปด้วยบูรณภาพ  (Integrity)คนเราทุกคนมีจุดศูนย์กลาง  เพียงแต่เราเองอาจไม่รู้ตัวว่าจุดศูนย์กลางนันส่งผลกระทบต่อทุกๆด้านในชีวิตของเรา  เช่น  หลักยึดเหนียวทางอารมณ์  ความนับถือตนเอง  รวมไปถึงมาตราฐาน หรือหลักการ หรือเกณฑ์วัด  ทีใช้ควบคุมการตัดสินใจ  และการกระทําความสํานึกในสมดุลชีวิต  ดุลพินิจ  เป็นสายใยทีเหนียวรังชีวิตให้เป็นอันหนึงอันเดียวกัน  เป็นพลังและเป็นแรงขับเคลือนทีทําให้ทํางานได้สําเร็จระบุจุดศูนย์กลางของตัวเราวิธีทีดีทีสุดทีจะค้นหา  “จุดศูนย์กลาง”  ของตัวเรา  จะเป็นการมองไปทีองค์ประกอบพืนฐานทัง  4 ของชีวิต  ถ้าเราสามารถระบุแต่ละด้านได้  อาจทําให้เราสามารถมองย้อนกลับไปหาแก่นกลางทีเป็นต้นนําของเรืองนันๆได้การยึด  “หลักการ”  เป็นจุดศูนย์กลางการใช้ชีวิตโดยยึด  “หลักการ”  ทีถูกต้องเป็นจุดศูนย์กลาง  จะทําให้เราสามารถสร้างพืนฐานมีความมันคงในการใช้ชีวิต  ทําให้องค์ประกอบทัง 4 ของชีวิตมีพัฒนาการได้
  26. 26. 7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief26 | P a g eเต็มที  ถ้าคุณมองผ่านกรอบความคิดของ  “หลักการ”  ทีถูกต้อง  คุณจะเห็นภาพทีแตกต่างไปจากการมองผ่านกรอบความคิดทียึดเรืองอืนๆ  เป็นจุดศูนย์กลาง  (เช่น  เงิน  วาน  การครอบครอง  เป็นต้น)จุดศูนย์กลาง ความมันคง การชีแนะ ปัญญา พลังอํานาจห า ก คุ ณ ยึ ด  “หลักการ”  เป็นจุดศูนย์กลางความมันคงอยู่บนหลักการทีถูกต้อง  ไม่เปลียนแปลง  แม้จะมี เ งื อ น ไ ข ห รื อส ถ า น ก า ร ณ์ภายนอกคุณรู้ว่า  “หลักการ”  ทีถูกต้องนันยืนยันผลลัพธ์ทีซําแล้วซําเ ล่า ใ น ชี วิ ต ผ่า นป ร ะ ส บ ก า ร ณ์ส่วนตัวของคุณ“หลักการ”  ทีถูกต้องช่วยให้คุณเข้ าใจพัฒ น า ก า ร ข อ งชีแนะด้วยการให้ทิศทางเพือให้เห็นจุดหมายและวิธีทีจะไปถึงเป้ าหมายได้รับข้อมูลถูกต้องแม่นยํานําไปใช้ให้เกิดผลเป็นลัพธ์ทีมีความหมายในทุกสถานการณ์  สามารถตัดสินใจเพือสรรหาทางเลือกอืนด้วยสติในเชิงโปร แ อ ก ที ฟ   ก า รตัดสินใจนันมาจากมโนธรรมทีเป็ นผลดุลพินิจส่งผลต่อผลทีจะเกิดขึนในระยะยา ว  สะ ท้ อ น ถึ งสมดุลของความชาญฉลาด  และความเชือมันในใจคุณจะมองภาพทีแตกต่างและคิดต่างไปจากโลกรีแอกทีฟของคนส่วนใหญ่คุณมองโลกในแง่ทีว่าจะทําอะไรให้โลกและผู้อืนได้บ้างคุ ณ ตี ค ว า มประสบการณ์ทุกคุณรู้ ตนเอง  รู้ ทันผู้อืนและกระทําในเชิงโปรแอกทีฟ  ไม่จํากัดด้วยทัศนคติ  พฤติกรรม  หรือการกระทําของผู้อืนมีความสามารถมากเกินทรัพยากรของตน  พยายามทีจะเข้าสู่การพึงพาซึงกันและกันในระดับทีสูงขึนการตัดสินใจและการกระทําไม่ได้ขั บ เ ค ลื อ น โ ด ย
  27. 27. 7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief27 | P a g eตนเอง  ให้อํานาจความเชือมันทีจะเ รี ย น รู้ เ พิ ม เ ติ ม  ดังนัน  ความรู้ความเข้าใจต่อเรืองต่างๆจะเพิมมากขึนมาจากหลักการ เรื องในชีวิตเป็ นโอกาสทีจะเรียนรู้และสร้างผลงานข้อจํากัดทางสถานะก า ร เ งิ น ห รื อสภาวการณ์ปัจจุบัน  คุ ณ พ อ ใ จ กั บอิสรภาพของการพึงพาซึงกันและกันขยายมุมมองให้กว้างไกลในบางคราว  เราถูกดึงออกจากสภาพแวดล้อมของตรรกะของสมองซีกซ้าย  แล้วเข้าสู่พืนทีของสมองซีกขวาโดยไม่ทันตังตัวแต่ถ้าคุณเป็นคนโปรแอกทีฟ  คุณจะไม่รอจนกว่าสภาวการณ์หรือผู้อืนมาบังคับเพือขยายมุมมองแล้วทําให้คุณตกตะลึง  คุณสร้าง  คุณขยายมุมมองด้วยสติทีเต็มเปียม  ทีสร้างขึนมาด้วยตนเองเมือไหร่ทีคนเราหันมาสนใจอย่างเอาจริงเอาจังว่า  เรืองใหนมีความสําคัญทีสุดในชีวิต  เรืองใหนทีอยากทํามากทีสุด  สถานะใดทีอยากจะเป็นมากทีสุด  เมือนันคุณค่าแท้จริงจะปรากฏ  ซึงจะทําให้เกิดความรู้สึกท่วมท้น  เกิดความเคารพ  เกิดความนับถือจนแทบจะกลายเป็นเหมือนสิงศักดิสิทธิทีเดียวดร.  ชาร์ลส  การ์ฟิลด์  นักวิจัย  ยืนยันผลวิจัยทีสําคัญได้ข้อหนึงว่า  ยอดนักกีฬาระดับโลกและยอดฝีมือในสาขาอืน  จะเป็นนักวาดภาพในใจ  มองเห็นภาพนัน  รับรู้ความรู้สึกจากภาพนัน  สัมผัสประสบการณ์นัน  ก่อนจะลงมือกระทําจริง...ยอดฝี มือเริมต้นด้วยจุดหมายในใจคําปณิธานขององค์กรคําปณิธานจะต้องมาจากก้นบึงขององค์กรนันๆ  ทุกคนควรจะมีส่วนร่วม  มีสิทธิ  มีเสียง  มิใช่จํากัดแต่เฉพาะผู้บริหารระดับบน  กระบวนการทีทําให้ทุกคนมีส่วนร่วมจะเป็นกุญแจสําคัญไขสู่การนําไปปรับใช้จริงในชีวิตการทํางานของทุกๆคน
  28. 28. 7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief28 | P a g eหนึงในปัญหาสําคัญในองค์กร  รวมทังครอบครัวก็คือ  ผู้คนในสังกัด  ในแผนก  ในฝ่ายไม่รู้สึกผูกพันมากพอกับข้อกําหนดทีผู้อืนกําหนดขึนเพือนํามาใช้กับชีวิตของพวกเขา  เป็นสาเหตุว่าทําไมพวกเขาไม่อยากจะรับรู้ข้อเสนอแนะในการปรับใช้1. ใช้เวลาส่วนหนึงเพือบันทึกความประทับใจทีคุณได้รับจากการวาดภาพการไปร่วมพิธีศพของตนเอง  ใช้ตารางต่อไปนีเพือจัดระเบียบความคิดกลุ่มคน คุณลักษณะ การทําประโยชน์ ผลสําเร็จครอบครัวเพือนงานสถาบันศึกษา/บริการชุมชน2. ใช้เวลาชัวครู่เขียนบทบาทของคุณ  ตามทีคุณมองเห็น  คุณพอใจแล้วหรือยังกับภาพสะท้อนจากกระจกเงาของชีวิต?3. หาเวลาอยู่ตามลําพัง  แยกตัวออกจากกิจกรรมในชีวิตประจําวัน  แล้วลองเริมเขียนปณิธานส่วนบุคคล4. เก็บรวบรวมโน้ตสันๆ  คําคม  แนวคิดทีคุณจะนํามาใช้เป็นวัตถุดิบในการเขียนปณิธานส่วนบุคคล5. ระบุโครงการทีคุณจะทําในอนาคตอันใกล้  นําหลักการการสร้างครังแรกในใจไปปรับใช้  เขียนบันทึกผลลัพธ์ทีต้องการ  และขันตอนทีจะนําสู่ผลสําเร็จนัน6. แบ่งปันอุปนิสัยที  2 กับสมาชิกในครอบครัวหรือกลุ่มเพือนร่วมงาน  เสนอแนะว่าควรร่วมมือร่วมใจกันเขียนคําปณิธานของครอบครัวหรือของกลุ่มงานไม่มีส่วนร่วม  ไม่ผูกมัด
  29. 29. 7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief29 | P a g eอุปนิสัยที 3: ทําสิงทีสําคัญก่อนหลักการแห่งการบริหารจัดการส่วนบุคคลอุปนิสัยที  3  เป็นการสร้างครังที  2  (การวาดภาพในใจ)...สร้างขึนมาเป็นผลงานทีจับต้องได้  การทําให้บรรลุผล  การทําภาพวาดในใจให้ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างอุปนิสัยที  1 และอุปนิสัยที  2 เป็นสิงจําเป็นทีต้องมีก่อนจะมาถึงอุปนิสัยที  3  คุณไม่อาจใช้ชีวิตโดยยึด  “หลักการ”  เป็นจุดศูนย์กลางได้หากไม่รู้และไม่ได้พัฒนาธรรมชาติความโปรแอกทีฟในตัวเสียก่อนพลังอํานาจแห่งความประสงค์อิสระความประสงค์อิสระ  จะทําให้การบริหารจัดการตนเองทรงประสิทธิผลเกิดขึนได้  เพราะมัน  คือความสามารถในการตัดสินใจ  การสรรหาทางเลือกและการลงมือกระทําตามการตัดสินใจนัน...ความสามารถลงมือกระทํา  ไม่ใช่ถูกกระทําระดับความความแข็งแกร่งทีเราจะพัฒนาความประสงค์อิสระในชีวิตประจําวันนัน  วัดได้จากบูรณาภาพส่วนบุคคล  (Integrity) ในตัวเราเอง  บูรณาภาพเป็นค่านิยมทีเราวางใว้กํากับตัวเรา  มันคือความสามารถทีจะให้สัญญา,  รักษาสัญญาทีให้ใว้ต่อตนเอง,  “การลงมือทํา  สมราคาคุย”  และการรักษาเกียรติศักดิต่อตนเองอี.เอ็ม.เกรย์  ใช้เวลาชัวชีวิตวิจัยเพือค้นหาคุณลักษณะข้อเดียวทีผู้ประสบความสําเร็จมีร่วมกัน  นันก็คือ...ทําสิงทีสําคัญก่อน“ผู้คนทีประสบความสําเร็จมีนิสัยทีจะทําเรืองทีผู้ล้มเหลวไม่อยากทํา”  เขาตังข้อสังเกต  “...แล้วก็ไม่ได้ทําเพราะชอบ  แต่ความไม่ชอบก็ยังเป็นรองความมุ่งมันสู่จุดหมาย”การบริหารเวลาสียุค
  30. 30. 7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief30 | P a g eแนวคิดทีดีทีสุดในการบริหารเวลา  สามารถสรุปได้สันๆเพียงประโยคเดียวคือ  จัดระเบียบและปฏิบัติการโดยคํานึงถึงลําดับความสําคัญมาดูภาพรวมของการบริหารเวลา  ในแต่ละยุคแต่ละรุ่น  –  คลืนลูกแรกจะเป็นเหมือนบัญชีสําหหรับตรวจสอบและบันทึกกิจกรรม  รุ่นทีสองจะเป็นปฏิทินและสมุดนัดหมาย  รุ่นทีสามเพิมเติมจากรุ่นทีสองด้วยการมีลําดับความสําคัญกํากับแต่ละกิจกรรมแต่แทนทีจะไปมุ่งความสนใจไปทีสิงของและเวลา  ความคาดหวังของการบริหารเวลารุ่นทีสีมุ่งไปทีการรักษาและการสานสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้ นยิงขึน...เพือการรักษาสมดุลของ  P/PC นันเองตารางเวลาพืนที  2โดยปกติแล้วเราใช้เวลาของชีวิตใน  4 วิธี  มีปัจจัย  2 อย่างทีทําให้คําจํากัดความกิจกรรมนันก็คือ  “ความเร่งด่วน”  กับ  “ความสําคัญ”  เร่งด่วน  หมายความว่า  ต้องการความสนใจในทันใด  “เดียวนี!”ในทางตรงข้าม  เรือง  “สําคัญ”  เกียวข้องกับผลลัพธ์ของกิจกรรม
  31. 31. 7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิง Book Brief31 | P a g eตารางเวลาพืนที  2  เป็นหัวใจการบริหารจัดการส่วนบุคคลทรงประสิทธิผล  ว่าเราจะรับมือกับเรืองไม่เร่งด่วน  แต่ว่า  มีความสําคัญ  มุ่งทํางานในการสานสัมพันธ์  เขียนคําปณิธานส่วนบุคคล  วางแผนระยะยาว  เรืองราวหลากหลายทีเรารู้ว่าจําเป็นต้องทํา  แต่ดูเหมือนว่าไม่ถึงเวลาทําเสียที  เพราะไม่เร่งด่วน  (เช่น  การออกกําลังกาย)เทคนิกการบริหารเวลานันสามารถปรับใช้ได้จากหลักการเปอเรโต...ผลลัพธ์  80 %ได้มาจากการทํากิจกรรมหรืองานเพียง  20 %ต้องทําอย่างไรจึงจะสามารถพูดว่า  “ไม่”  ออกมาได้คุณจะต้องปฏิเสธว่า  “ไม่”  ต่ออะไรสักอย่างอยู่เสมอ  หากไม่ได้ปฏิเสธต่อสิงทีเห็นได้ชัด  ว่าเป็นเรืองเร่งด่วนในชีวิต  ก็จะเป็นการปฏิเสธเรืองทัวไปทีมีความสําคัญอืนๆ  แม้เรืองด่วนจะเป็นเรืองดีๆ  แต่เรืองดีๆก็จะทําให้คุณพลาดทีจะทํา  “สิงดีทีสุด”  และเบียดเบียนเวลาทีคุณจะได้ทําประโยชน์  หรือสร้างผลงานอืนๆ“ถ้าคุณต้องการให้งานเสร็จ  มอบให้คนยุ่งรับทําไป”การให้ความสําคัญกับตารางเวลาพืนที  2  ถือเป็นวิธีคิดทีเติบโตมาจากการใช้จุดศูนย์กลาง  “หลักการ”  ความประสงค์อิสระเพียงอย่างเดียว  ไม่อาจช่วยให้กํากับวินัยในตนเองได้อย่างมีประสิทธิผลการบริหารจัดการมาทีหลังภาวะผู้นํา  คุณจะใช้เวลาอย่างไรก็ขึนอยู่กับว่าคุณมองเวลาอย่างไร  และมองเห็นลําดับความสําคัญของกิจกรรมต่างๆในแง่มุมใหน“คนทรงประสิทธิผลไม่ได้พะวงอยู่กับปัญหา  แต่จะไขว่คว้าหาโอกาส  ส่งอาหารเลียงโอกาส  ปล่อยให้ปัญหาอดอยากแห้งตาย”  ปีเตอร์  ดรักเกอร์

×