Diese Präsentation wurde erfolgreich gemeldet.
Wir verwenden Ihre LinkedIn Profilangaben und Informationen zu Ihren Aktivitäten, um Anzeigen zu personalisieren und Ihnen relevantere Inhalte anzuzeigen. Sie können Ihre Anzeigeneinstellungen jederzeit ändern.
เรามาทบทวนความจา
เมื่อชนชั้นผู้ปกครองไม่ปฏิบัตินโยบาย66/23ในขั้นตอนที่
2
เรามาทบทวนความจา
และทบทวนสถานการณ์ของประเทศไทยกัน...
รัฐบาลและกองทัพแห่งชาติประสบชัยชนะทางยุทธวิธีในสงครา
มประชาชน และมีเงื่อนไขทางยุทธศาสตร์ที่จะบดขยี้
พคท.ไปสู่จุดแห่งความพ่...
โดยสรุปเป็นปัจจัยในการกาหนดชัยชนะขึ้นอยู่กับเงื่อนไข
ดังต่อไปนี้
1. ยึดมั่นในกฏแห่งความคดเคี้ยวยาวนานของการปฏิวัติ
การรุกข...
เชื่อมั่นว่าจักรพรรดินิยมนับวันจะทรุดลงและถูกต่อต้าน
วิกฤติตามรอบระยะเวลาของโลกทุนนิยมนับวันแต่จะยิ่งทวีความ
ถี่และหนักหน่...
เมื่อทาแนวร่วมได้เต็มทีแล้ว
จึงจะลงมือเปลี่ยนประเทศประเทศเป็นสังคมนิยมโดยใช้กาลังอา
วุธโค่นล้มแนวร่วม ชั้นสูง
และบรรดาเหล่...
Nächste SlideShare
Wird geladen in …5
×

เรามาทบทวนความจำ เมื่อชนชั้นผู้ปกครองไม่ปฏิบัตินโยบาย66/23ขั้นตอนที่ 2

346 Aufrufe

Veröffentlicht am

เรามาทบทวนความจำ เมื่อชนชั้นผู้ปกครองไม่ปฏิบัตินโยบาย66/23ขั้นตอนที่ 2

Veröffentlicht in: News & Politik
  • Als Erste(r) kommentieren

เรามาทบทวนความจำ เมื่อชนชั้นผู้ปกครองไม่ปฏิบัตินโยบาย66/23ขั้นตอนที่ 2

  1. 1. เรามาทบทวนความจา เมื่อชนชั้นผู้ปกครองไม่ปฏิบัตินโยบาย66/23ในขั้นตอนที่ 2 เรามาทบทวนความจา และทบทวนสถานการณ์ของประเทศไทยกันดู หลังจากรัฐบาลประกาศใช้นโยบาย 66/23 เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2523 ดาเนินการในด้านการยุติสงครามกลางเมืองของ พคท.(พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย) ได้อย่างเรียบร้อยเมื่อประมาณ ปี พ.ศ. 2532
  2. 2. รัฐบาลและกองทัพแห่งชาติประสบชัยชนะทางยุทธวิธีในสงครา มประชาชน และมีเงื่อนไขทางยุทธศาสตร์ที่จะบดขยี้ พคท.ไปสู่จุดแห่งความพ่ายแพ้ทางยุทศาสตร์โดยสิ้นเชิงได้ แต่ชนชั้นสูงไทยที่เป็นผู้ปกครองซึ่งไม่มีความรู้ เรื่อง การต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์ในขั้นตอนที่ 2 คือการสร้างการปกครองแบบประชาธิปไตยที่อานาจอธิปไตยเป็ นของปวงชน เพราะกลัวว่าเมื่อเป็นประชาธิปไตยแล้วจะเสียอานาจ จึงระงับไว่แค่การยุติสงครามเพราะเข้าใจว่าประเทศไทยเมื่อยุติ สงครามกลาง เมืองได้แล้วก็เรียบร้อย ซึ่งเป็นการเข้าใจผิดอย่างใหญ่หลวง ซึ่งดูจากสถานการณ์ในปัจจุบันนี้ก็คงจะชัดเจน สภาพของ พคท.ในขณะนั้น( พ.ศ. 2532) มีสภาพแตกทัพ และพยายามปรับสภาพให้เข้ารูปแบบการร่นถอยทางยุทธศาสต ร์ แต่เนื่องจากภูมิประเทศของไทยไม่เหมือนประเทศจีน จึงไม่สามารถเดินทัพทางไกลได้ จึงต้องหลบหนีเข้าสู่เมืองและที่ราบเพื่อรอคอยโอกาสวิกฤติ ซึ่ง พคท.หวังว่าเมื่อถึงวันนั้น (How To) ประชาชนจะกลับมาให้ความร่วมมือเหมือนในอดีตอีก ฝ่ายนาของพคท.ที่ยึดถือมติสมัชชาที่4 ได้ออกประกาศถึงความเชื่อมั่นขององค์การนายืนหยัดอย่างมั่น ใจในการประมาณการ แห่งตน โดยไม่คานึงว่าจะต้องใช้เวลานานเพียงใด
  3. 3. โดยสรุปเป็นปัจจัยในการกาหนดชัยชนะขึ้นอยู่กับเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ 1. ยึดมั่นในกฏแห่งความคดเคี้ยวยาวนานของการปฏิวัติ การรุกของโซเวียตในขอบเขตทั่วโลก ทาให้จีนต้องใช้ยุทธวิธีถอยชั่วคราว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเซียอาคเนย์ พคท.จาเป็นต้องใช้ยุทธวิธีให้สอดคล้องกับ พคจ.ด้วย 2. ยึดมั่นในกฏแห่งการขยายตัวของความแหลมคมของการต่อสู้ท างชนชั้นโดยมั่นใจว่า ว่าชนชั้นปกครองและชนชั้นกลาง ไม่สามารถนาประชาชนทาการปฏิรูปที่ดินได้ ไม่สามารถขจัดการผูกขาด ไม่สามารถปฏิรูปกลไกรัฐให้เป็นประชาธิปไตยและมีประสิทธิภา พและไม่สามารถ พัฒนาประเทศไปในแนวทางอิสระที่จะสลัดพ้นจากอิธิพลตามก ฏแห่งวิกฤติทั่วไปของ ทุนนิยมได้ ดังนั้นไม่เพียงแต่ไม่สามารถลดความแหลมคมของการต่อสู้ทาง ชนชั้นลงได้เท่า นั้น แต่จะยังเพิ่มระดับแห่งความแหลมคมได้เรื่อยๆ 3. ยึดมั่นในกฏแห่งการขยายตัวของความแหลมคมในการต่อสู้ทา งประชาชาติ โดยเชื่อมั่นว่าประเทศสังคมนิยมนับวันจะเติมโต เชื่อมั่นว่าประเทศโลกที่สามนับวันจะพัฒนา
  4. 4. เชื่อมั่นว่าจักรพรรดินิยมนับวันจะทรุดลงและถูกต่อต้าน วิกฤติตามรอบระยะเวลาของโลกทุนนิยมนับวันแต่จะยิ่งทวีความ ถี่และหนักหน่วง มากยิ่งขึ้น 4. ยึดมั่นในกฏแห่งการวิวัฒนาการของสังคม เชื่อมั่นในทฤษฎีที่ว่า สังคมทุนนิยมจะแตกร้าว แตกแยก และจะต้องพัฒนาไปสู่สังคมนิยมในที่สุด แลเชื่อมั่นว่าจีนจะเป็นศูนย์กลางของการปฏิวัติโลก เป็นที่พึ่งของประเทศโลกที่สาม และเชื่อมั่นว่านโยบายแนวร่วมสากลของจีน จะเป็นผลดีแก่การปฏิวัติโลกในระยะยาว 4 ประการดังกล่าวเป็นคาประกาศของ พคท.เมื่อ 25 ปีที่ผ่านมาคงลืมและไม่เคยจาตกอยู่ในความประมาทของผู้ปกค รองไทยและไม่รู้ไม่ เท่าทันในยุทธวิธีแนวร่วม ของ พคท. เพราะการทาแนวร่วมก็เพื่อบรรลุควมมุ่งหมายของการกระชับก ารยึดกุมอานาจรัฐโดย สันติวิธี และเพื่อบรรลุความมุงหมายของการต่อสู้ด้วยอาวุธ “เหมาเจ๋อตุงเปรียบแนวร่วมและการต่อสู้ด้วยอาวุธเป็นดาบ 2 เล่ม ที่กุมอยู่ในมือขวาและมือซ้ายของนายทหารใหญ่ คือพรรค “ คือให้แนวร่วมนั้นเป็นที่รวมของอาวุธ การทาแนวร่วมนั้นเป็นวิธีการสะสมกาลังด้วยวิธีการสันติ เพื่อให้บรรลุความมุ่งหมายของการต่อสู้ด้วยอาวุธเท่านั้น วิธีการสันติของแนวร่วมนั้นเป็นไปเพื่อบรรลุความมุ่งหมายรุนแร ง นั่นคือ การยึดประเทศด้วยยุทธวิธีสงครามในขั้นสุดท้าย
  5. 5. เมื่อทาแนวร่วมได้เต็มทีแล้ว จึงจะลงมือเปลี่ยนประเทศประเทศเป็นสังคมนิยมโดยใช้กาลังอา วุธโค่นล้มแนวร่วม ชั้นสูง และบรรดาเหล่าปฏิปักษ์ปฏิวัติทั้งหมดอย่างไม่ปราณี เหมือนเหตุการณ์ใน โซเวียตรัชเซีย ปี 1917 ในจีนปี 1949 และในเขมรเมื่อเขรมแดงมีอานาจปี 1975 เป็นต้น ถ้าพูดถึงอานาจ ในการทาลายกันแล้ว จะเห็นได้ว่ายุทธวิธีแนวร่วมนั้นมีอานาจในการทาลายได้มากกว่ ายุทธวิธีสงคราม กล่าวคือ ยุทธวิธีสงครามจะทาลายได้ก็แต่กาลังพลที่ทาการรบ แต่ยุทธวิธีแนวร่วมจะสามารถเด็ดหัวขบวนการประชาธิปไตย และอาจทาลายได้ทั้งกองทัพ หรืออาจเอากองทัพไปได้ทั้งหมด ที่กล่าวมาทั้งหมดจะเป็นไปไม่ได้ก็ต่อเมื่อ รัฐบาลและกองทัพจะต้องรุกทางการเมืองอย่างต่อเนื่องเพื่อยุติ ริดรอนทาลายแนวร่วม โดยการปฏิบัตินโยบาย 66/23 ในขั้นตอนที่ 2 คือการทาให้อานาจอธิปไตยเป็นของปวงชนและขยายเสรีภาพ บุคคล ก็คือการสร้างการปกครองแบบประชาธิปไตยที่อานาจอธิปไตยเ ป็นของปวงชน ตามราโชบายล้นเกล้า รัชกาลที่ ๗ เท่านั้น ครับทางอื่นไม่มี. Credit : thongkrm_virut@yahoo.com

×