Diese Präsentation wurde erfolgreich gemeldet.
Wir verwenden Ihre LinkedIn Profilangaben und Informationen zu Ihren Aktivitäten, um Anzeigen zu personalisieren und Ihnen relevantere Inhalte anzuzeigen. Sie können Ihre Anzeigeneinstellungen jederzeit ändern.
สภาวะของจิตสานึก (Conscious)
สภาวะจิตสานึกหรือภาวะการรู้สึกตัว หมายถึงการมี
ความระมัดระวัง มีการเตรียมตัวและตื่นตัว (Alert...
สภาวะของจิตสานึก (Conscious) ต่อ
• นักจิตวิทยาได้พยายามศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องของ
ภาวะการรู้ตัวของมนุษย์อันเชื่อมโยงไป...
สภาวะของจิตสานึก (Conscious) ต่อ
• ก่อนที่เราจะเรียนรู้ถึงความหมายที่แท้จริงและกระบวนการของสภาวะ
จิตสานึก ควรจะทาความเข้าใ...
จิตสานึก (Conscious)
• จิตสานึก (Conscious) คือสภาวะที่มีสติ รู้ตัว รู้ว่า
กาลังทาอะไรอยู่หรือกาลังจะทาอะไรรู้จักตัวเองว่า...
จิตใต้สานึก (Subconscious)
• จิตใต้สานึก (Subconscious ) หรือ จิตก่อนสานึก
(Preconscious) คือสภาพที่ไม่รู้ตัวในบางขณะ เช่น...
จิตไร้สานึก (Unconscious)
• จิตไร้สานึก (unconscious) เป็นส่วนของจิตที่ใหญ่
ที่สุด และมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของมนุษย์ และเป็...
การเรียนรู้ มี ๖ แบบ คือ
๑. ประเภท V-A-K เป็นผู้ที่เรียนรู้ได้ดีหากได้อ่านและเล่าเรื่อง เป็น
เด็กที่ขยันเรียนแต่ไม่ชอบเล่น...
๔. ประเภท A-V-K เป็นผู้ที่มีความสามารถในการเจรจา พูดชัดถ้อย
ชัดคา มีเหตุผล รักความจริง ชอบวิชาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวิช...
ผู้จัดทา
นางสาวปัฐมาพร ถนอมเงิน
รหัส 5801602092 รุ่น 2 กลุ่ม 4
Nächste SlideShare
Wird geladen in …5
×

สภาวะของจิตสำนึก (Conscious)

1.205 Aufrufe

Veröffentlicht am

สื่อการเรียน

Veröffentlicht in: Soziale Medien
  • Login to see the comments

  • Gehören Sie zu den Ersten, denen das gefällt!

สภาวะของจิตสำนึก (Conscious)

  1. 1. สภาวะของจิตสานึก (Conscious) สภาวะจิตสานึกหรือภาวะการรู้สึกตัว หมายถึงการมี ความระมัดระวัง มีการเตรียมตัวและตื่นตัว (Alert) มีความคล่องแค่วกระฉับกระเฉง (Active) เสมือน หนึ่งว่าได้ตื่นตัวอย่างเต็มที่ พ้นจากความสะลึมสะลือ หลังตื่นนอนแล้ว หรือการที่มนุษย์มีความรู้สึกตื่นตัวและ พร้อมที่จะมีปฏิกิริยาโต้ตอบต่อสิ่งแวดล้อมนั่นเอง (สงคราม เชาวน์ศิลป์. 2535 : 152-154)
  2. 2. สภาวะของจิตสานึก (Conscious) ต่อ • นักจิตวิทยาได้พยายามศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องของ ภาวะการรู้ตัวของมนุษย์อันเชื่อมโยงไปสู่เรื่องของ ความคิด จินตนาการ ซึ่งถือว่าเป็นองค์ประกอบสาคัญ ของการแสดงออกทางด้านการใช้ภาษา และยิ่งไปกว่านั้น ยังนาไปสู่เรื่องภาวะของความฝัน การทาสมาธิ การ สะกดจิต การหลับและการใช้ยาเสพติดบางชนิดอีกด้วย
  3. 3. สภาวะของจิตสานึก (Conscious) ต่อ • ก่อนที่เราจะเรียนรู้ถึงความหมายที่แท้จริงและกระบวนการของสภาวะ จิตสานึก ควรจะทาความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการภายในของจิตใจใน ตัวบุคคลเสียก่อน นั่นก็คือเรื่องสภาวะของจิตไม่รู้สานึก (Nonconscious) สภาวะจิตก่อนสานึก (Preconscious) และสภาวะจิตไร้สานึก (Unconscious) ซึ่งสภาวะทั้งสามชนิดนี้ จะเกิดภายในกระบวนการของสภาวะจิตสานึกอยู่ตลอดเวลา กล่าวคือ เราไม่เพียงแต่จะมีการจาและการลืมในสิ่งของต่างๆ ได้เท่านั้นแต่เรายัง สามารถแปรเปลี่ยนความสนใจจากของสิ่งหนึ่งไปยังอีกสิ่งหนึ่งได้ และ เรายังสามารถแสดงการกระทาที่เสมือนหนึ่งปราศจากสติ หรือคล้ายๆ กับเราทาไปโดยความเคยชินได้ด้วย ดังนั้นเรื่องที่จะกล่าวต่อไปนี้จะเป็น เรื่องเกี่ยวกับการจาแนกระดับสภาวะจิตสานึก 3 ชนิดด้วยกัน
  4. 4. จิตสานึก (Conscious) • จิตสานึก (Conscious) คือสภาวะที่มีสติ รู้ตัว รู้ว่า กาลังทาอะไรอยู่หรือกาลังจะทาอะไรรู้จักตัวเองว่าเป็น ใคร ต้องการอะไร ทาอะไรอยู่ที่ไหน กาลังรู้สึกอย่างไรต่อ สิ่งใด การแสดงอะไรออกไปที่แสดงไปตามหลักเหตุผล เปรียบได้กับส่วนของก้อนน้าแข็งที่โผล่ผิวน้าขึ้นมามี จานวนน้อยมาก
  5. 5. จิตใต้สานึก (Subconscious) • จิตใต้สานึก (Subconscious ) หรือ จิตก่อนสานึก (Preconscious) คือสภาพที่ไม่รู้ตัวในบางขณะ เช่น กระดิกเท้า ผิวปาก ฮัมเพลงโดยไม่รู้ตัว ยิ้มคนเดียวโดยไม่ รู้ตัว พูดอะไรออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ และประสบการณ์ ต่างๆที่เก็บไว้ในรูปของความทรงจา เช่น ความประทับใจ ในอดีต ถ้าไม่นึกถึงก็ไม่รู้สึกอะไร แต่ถ้าทบทวน เหตุการณ์ทีไรก็ทาให้เกิดปลื้มใจทุกที เปรียบได้กับส่วน ของก้อนน้าแข็งที่อยู่ใต้น้า
  6. 6. จิตไร้สานึก (Unconscious) • จิตไร้สานึก (unconscious) เป็นส่วนของจิตที่ใหญ่ ที่สุด และมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของมนุษย์ และเป็นส่วน ที่ไม่รู้สึกตัวเลย อาจมาจากเจ้าตัวพยายามเก็บกดเอาไว้ เช่น เกลียดครู หรือพยายามที่จะลืม แล้วในที่สุดก็ลืมๆไป ดูเหมือนไปจริงๆ แต่ที่จริงไม่ได้หายไปไหน ยังอยู่ในตัว ลักษณะจิตไร้สานึก และจะแสดงออกมาในรูปความฝัน การละเมอ เปรียบได้ส่วนของน้าแข็งที่อยู่ใต้น้า
  7. 7. การเรียนรู้ มี ๖ แบบ คือ ๑. ประเภท V-A-K เป็นผู้ที่เรียนรู้ได้ดีหากได้อ่านและเล่าเรื่อง เป็น เด็กที่ขยันเรียนแต่ไม่ชอบเล่นกีฬา ๒. ประเภท V-K-A เป็นผู้ที่เรียนรู้ได้ดีหากลงมือปฏิบัติตาม แบบอย่าง ชอบตั้งคาถามและทางานเป็นกลุ่ม ๓. ประเภท A-K-V เรียนรู้ได้ดีหากได้สอนคนอื่นชอบขยายความ เวลาเล่าเรื่องมักจะมีปัญหาเกี่ยวกับการอ่านเขียน
  8. 8. ๔. ประเภท A-V-K เป็นผู้ที่มีความสามารถในการเจรจา พูดชัดถ้อย ชัดคา มีเหตุผล รักความจริง ชอบวิชาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวิชา ที่ต้องใช้ความคิด เวลาเรียนจะพยายามพูดเพื่อให้ตัวเองเกิดความ เข้าใจ ไม่ชอบกีฬา ๕. ประเภท K-V-A เป็นผู้ที่เรียนได้ดีหากได้ทางานที่ใช้ความคิดในที่ เงียบ สามารถทางานที่ใช้กาลังได้อย่างดี และจะเกิดความสับสนหาก ครูพูดมากๆ ๖. ประเภท K-A-V เป็นผู้ที่เรียนได้ดีหากได้เคลื่อนไหวไปด้วย ไม่ ชอบอยู่นิ่ง มักมีปัญหาเกี่ยวกับการอ่านเขียน
  9. 9. ผู้จัดทา นางสาวปัฐมาพร ถนอมเงิน รหัส 5801602092 รุ่น 2 กลุ่ม 4

×